posttoday
ธปท. ห่วงหนี้ครัวเรือน-ปัญหาเชิงโครงสร้าง ฉุดศักยภาพการเติบโตระยะยาว

ธปท. ห่วงหนี้ครัวเรือน-ปัญหาเชิงโครงสร้าง ฉุดศักยภาพการเติบโตระยะยาว

13 ตุลาคม 2569

ธปท. มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.3% รับแรงหนุนส่งออก-ลงทุน AI แต่ ห่วงหนี้ครัวเรือน-ปัญหาเชิงโครงสร้าง ฉุดศักยภาพการเติบโตระยะยาว

KEY

POINTS

  • ธปท. กังวลปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 86-87% ของ GDP เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว
  • ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การลงทุนในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำมานาน, ผลิตภาพแรงงานต่ำ, การเข้าสู่สังคมสูงวัย และการพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิม
  • ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลให้ศักยภาพการเติบโตของ GDP ไทยลดลงจากในอดีตที่เคยอยู่ระดับ 4-5% เหลือเพียงประมาณ 2.7% ในปัจจุบัน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ที่ประมาณ 2.3% สอดคล้องกับกรอบประมาณการของหลายสำนักวิจัยเศรษฐกิจที่มองไว้ในช่วง 2.0-2.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 2.2% สะท้อนถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่น (Resilience) ที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายรอบด้านและผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา

 

สำหรับแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ได้แก่ การส่งออก คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 17-18% ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการผลักดันเศรษฐกิจ และการลงทุนภาคเอกชน คาดการณ์เติบโตสูงถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้ามาลงทุนของต่างประเทศ และการรับกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงภาคการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังคงมีโมเมนตัมขยายตัวได้ดี

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันคือ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่ทำให้แนวโน้มการเติบโตของ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา จากระดับ 4-5% เหลือเพียงระดับประมาณกว่า 2% ในปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ ศักยภาพการเติบโตของ GDP ของไทย ยังปรับตัวลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 2.7% ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยมีปัจจัยกดดันเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ ภาคการลงทุนของประเทศอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาหลายสิบปี, ผลิตภาพการทำงาน (Productivity) อยู่ในระดับต่ำ และขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง เนื่องจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมแบบเดิม

 

ประกอบกับโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ส่งผลให้กำลังแรงงานในระบบลดลง และหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ในระดับสูงถึง 86-87% ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในโลก รวมถึงภาระหนี้สาธารณะและปัญหาในระบบการศึกษา

 

นายวิทัย เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ไม่สามารถพึ่งพามาตรการเดียว หรือการกดปุ่มแก้ปัญหาในระยะสั้นได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการลงมือแก้ไขร่วมกัน

 

โดย ธปท. พร้อมที่จะขยายบทบาทจากการดูแลเพียงนโยบายการเงิน ไปสู่การร่วมผลักดันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อช่วยประคบประคองเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวล่าสุด

แฉนามสกุลดังปราจีนฯ ถือหุ้นไขว้ 2 โรงงานกากพิษรั่วช่วงน้ำท่วม ส่อเป็นนอมินีทุนต่างชาติ

แฉนามสกุลดังปราจีนฯ ถือหุ้นไขว้ 2 โรงงานกากพิษรั่วช่วงน้ำท่วม ส่อเป็นนอมินีทุนต่างชาติ