
อย่ารีบรับทอง! GCAP GOLD เปิดแนวรับ 65,000 บาท หากหลุดเสี่ยงลงต่อ
“ทองคำ” เจอเกมย้อนศร! สงครามดันน้ำมัน กดราคาทอง หลังตลาดกลัวเงินเฟ้อ-Fed ขึ้นดอกเบี้ย GCAP GOLD แนะรอทองสร้างฐานและมีแรงซื้อกลับก่อนเข้าลงทุน จับตา 65,000 บาท หากหลุดมีโอกาสลงไปทดสอบ 64,700 บาท
KEY
POINTS
- “ทองคำ” เจอเกมย้อนศร! สงครามดันน้ำมัน กดราคาทอง หลังตลาดกลัวเงินเฟ้อ-Fed ขึ้นดอกเบี้ย
- GCAP GOLD แนะรอทองสร้างฐานและมีแรงซื้อกลับก่อนเข้าลงทุน
- จับตา 65,000 บาท หากหลุดมีโอกาสลงไปทดสอบ 64,700 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำปรับลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ $4,100 หลังหลุดแนวรับเดิมที่ $4,200
ทำให้ภาพระยะสั้นยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวต่อ ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่ตลาดคาด
และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง เมื่อ Bond Yield และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ราคาทองคำจึงได้รับแรงกดดันตามไปด้วย
ระยะสั้นควรจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำบริเวณ $4,100 หรือทองคำไทยประมาณ 65,000 บาท ซึ่งเป็นระดับสำคัญหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยแนะนำให้รอราคาเริ่มสร้างฐานและมีสัญญาณแรงซื้อกลับ ก่อนพิจารณาเข้าลงทุน
หากราคาฟื้นตัว มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,200–$4,225 (ทองคำไทยประมาณ 66,500-66,800 บาท) แต่หากราคาปรับลงต่ำกว่า $4,100 ควรรอประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ $4,065 หรือทองคำไทยประมาณ 64,700 บาท
3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาน้ำมันและสถานการณ์ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน อาจส่งผลต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทิศทาง Bond Yield และเงินดอลลาร์ ซึ่งมีผลต่อแรงกดดันในตลาดทองคำ
และ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อ PCE และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตลาดประเมินได้ชัดขึ้นว่าเฟดมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยอย่างไรในการประชุม 2 ครั้งที่เหลือของปีนี้
“แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้นักลงทุนต้องการถือทองคำเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน แต่ในระยะนี้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกลับเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนุนให้ Bond Yield ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ จึงควรติดตามทั้งสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมรอให้ราคาสร้างฐานและมีแรงซื้อกลับก่อนพิจารณาเข้าลงทุน”







