posttoday
ไทย ชู Bangkok Blueprint เข็มทิศการเงินดิจิทัลโลก ในงาน IMF-World Bank 2026

ไทย ชู Bangkok Blueprint เข็มทิศการเงินดิจิทัลโลก ในงาน IMF-World Bank 2026

14 กรกฎาคม 2569

ไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 ชู “Bangkok Blueprint” เข็มทิศการเงินดิจิทัล มุ่งสร้างระบบที่ปลอดภัยและทั่วถึง จัดการภัยทุจริตทางดิจิทัล และลดความเสี่ยงภัยไซเบอร์

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank ในปี 2569 และเตรียมนำเสนอ 'Bangkok Blueprint' เพื่อเป็นเข็มทิศนโยบายด้านการเงินดิจิทัลให้กับนานาชาติ
  • 'Bangkok Blueprint' คือกรอบนโยบายที่มุ่งสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง (Safe & Inclusive) เพื่อรับมือกับความท้าทายอย่างภัยทุจริตและภัยไซเบอร์ทางการเงิน
  • การนำเสนอแนวคิดนี้สะท้อนศักยภาพและความสำเร็จของไทยในการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่โดดเด่น เช่น พร้อมเพย์ และ QR Payment ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

การประชุมประจำปีของ IMF World Bank Group Annual Meetings จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม โดยปกติจะจัดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา 2 ปีติดต่อกัน และเวียนจัดในประเทศสมาชิกทุก ๆ 3 ปี

 

โดยในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่สำคัญนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนี้ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย หลังไทยเคยสร้างประวัติศาสตร์และประสบความสำเร็จอย่างสง่างาม ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2534  

 

การประชุมประจำปีของ IMF World Bank Group Annual Meetings นับเป็นเวทีสำคัญด้านเศรษฐกิจ การเงิน ที่เป็นการรวมตัวกันของผู้นำในภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาการ สื่อมวลชน และผู้นำทางความคิดจากทั่วโลก ที่จะมาร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาข้อสรุป และข้อเสนอแนะในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

โดยเฉพาะประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาระดับโลก เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนี้สาธารณะ เทคโนโลยีทางการเงิน หรือสินทรัพย์ดิจิทัล และการรับมือภัยไซเบอร์ด้านการเงิน เพื่อเป็นแนวทางให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

สำหรับโอกาสของประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความพร้อมในการจัดประชุมระดับโลกแล้ว ยังสามารถใช้เวทีนี้ในการนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสพบปะหารือในระดับทวิภาคี เพื่อต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้านอีกด้วย

 

ไทย ชู Bangkok Blueprint เข็มทิศการเงินดิจิทัลโลก ในงาน IMF-World Bank 2026

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ด้วยความโดดเด่นด้านระบบการเงินดิจิทัลระดับโลกที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้น ทั้งระบบพร้อมเพย์ ที่มีการทำธุรกรรมสูงถึง 27,000 ล้านรายการต่อปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 56 ล้านล้านบาท
 

นอกจากนี้ ระบบ QR Payment ยังช่วยลดต้นทุนธุรกรรมของทั้งประเทศได้อย่างมหาศาล ด้วยมูลค่าการใช้งาน 6 ล้านล้านบาทต่อปี และยังขยายผลสำเร็จไปสู่ระบบชำระเงินข้ามประเทศ (Cross-border QR) ที่เชื่อมต่อแล้วถึง 10 ประเทศ ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม

 

ในการประชุมครั้งนี้ ธปท. จึงมุ่งนำเสนอศักยภาพการพัฒนาโลกการเงินยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง (Safe & Inclusive Digital Finance: SIDF) เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า นอกจากความรวดเร็วแล้ว ระบบการเงินดิจิทัลต้องมีทั้งความปลอดภัยและสร้างการเข้าถึงที่เท่าเทียม (Inclusive) สำหรับคนทุกกลุ่ม 

 

การที่ระบบการเงินจะปลอดภัยและทั่วถึงได้ ต้องมีกลไก 3 ด้านด้วยกัน คือ 

 

(1) จัดการกับภัยทุจริตทางดิจิทัล (Fraud, scams, and digital crimes) ที่กระทบความเชื่อมั่นในระบบการเงินโดยตรง 

 

(2) ลดความเสี่ยงของภัยไซเบอร์ (Cyber resilience) เพื่อให้ระบบการเงินรองรับความเสี่ยงจากเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันระบบการเงินยังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการที่มีความกระจุกตัวสูง 

 

(3) สร้างระบบนิเวศทางการเงิน (Enabling ecosystem) ที่เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม เพื่อป้องกันการถูกกีดกันการเข้าถึงบริการทางการเงินและความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในยุคที่การเข้าถึง AI และ digital footprint อาจสร้างความเหลื่อมล้ำในรูปแบบใหม่ หากขาดการออกแบบนโยบายที่รอบคอบ

 

หัวใจสำคัญ คือ การวางนโยบายการเงินที่มองเห็นคนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่เพียงสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ทางการเงินให้แก่ประชาชน แต่ในขณะเดียวกันจะช่วยปลดล็อกให้คนตัวเล็ก อาทิ กลุ่มผู้เปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อได้อย่างเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้มีความปลอดภัย และเท่าเทียมกัน

 

ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ธปท. พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านกรอบนโยบาย ‘Bangkok Blueprint’ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระดับโลกที่จะเกิดขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับ The International Monetary Fund และ The World Bank Group ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ‘เข็มทิศนโยบาย’ ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาให้เหมาะกับบริบทของตนเอง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินยุคดิจิทัล 

 

โดยแนวทางนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานเชิงนโยบายและกฎหมายที่เข้มแข็ง การป้องกันและตรวจจับภัยทุจริต การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และระหว่างประเทศ ตลอดจนการยกระดับความรู้และภูมิคุ้มกันของประชาชน 

 

“Bangkok Blueprint นี้ ถูกวางให้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ (key deliverables) ของการประชุมครั้งนี้ และจะเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงธีมของไทยกับธีมโลก เนื่องจากภัยการเงินดิจิทัลจะเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกจะต้องพบเจอ สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีแนวคิดที่เป็นสากล และเป็นผู้นำทางความคิดในการจุดประกายให้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ลงมือทำได้จริง เพื่อลดปัญหาและสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” นายวิทัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

ธปท. เกาะติดศึกตะวันออกกลาง ย้ำไม่ยืดเยื้อไม่กระทบ GDP คงเป้าปี 69 โต 2.3%

ธปท. เกาะติดศึกตะวันออกกลาง ย้ำไม่ยืดเยื้อไม่กระทบ GDP คงเป้าปี 69 โต 2.3%