posttoday
กนง. นัด 3 ปีนี้ กรรมการครบ 7 คน ลุ้นคงดอกเบี้ย 1% จับตาทบทวน GDP ใหม่

กนง. นัด 3 ปีนี้ กรรมการครบ 7 คน ลุ้นคงดอกเบี้ย 1% จับตาทบทวน GDP ใหม่

22 มิถุนายน 2569

กนง. นัด 24 มิ.ย.นี้ กรรมการครบ 7 คน หลัง 2 นัดแรกมีแค่ 6 คน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย-กรุงศรี-กรุงไทย คาดคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% จับตาทบทวน GDP ปี 69 ใหม่

KEY

POINTS

  • การประชุม กนง. ครั้งที่ 3 ของปีในวันที่ 24 มิ.ย. จะเป็นครั้งแรกที่มีกรรมการเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 7 คน
  • สถาบันวิจัยเศรษฐกิจหลายแห่งคาดการณ์ว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ
  • ตลาดจับตาการทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปี 2569 ใหม่ ซึ่งจะมีการเปิดเผยหลังการประชุม

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คร้งที่ 3 ของปี 2569 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มิ.ย.2569 ถือว่าเป็นครั้งแรกของปี 2569 ที่จะมีคณะกรรมการครบ 7 ท่าน หลังจากในการประชุม กนง. 2 ครั้งแรกของปี 2569 มีกรรมการเพียง 6 คน

 

โดยการประชุม กนง. ครั้งแรกของปี 2569 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 ขาด นายรพี สุจริตกุล ที่ได้ลาออกไปก่อนครบวาระ จานั้นได้มีการแต่งตั้ง นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ เข้ามาแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.2569

 

ส่วนในการประชุม กนง. ครั้งที่ 2 ของปี 2569 เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ขาด นายสันติธาร เสถียรไทย ซึ่งได้ลาออกไปก่อนครบวาระ จากนั้นได้มีการแต่งตั้ง นายสมชาย หาญหิรัญ เข้ามาแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.2569 

 

ดังนั้นในการประชุม กนง. ครั้งที่ 3 ของปี 2569 จึงมีคณะกรรมการ ครบ 7 ท่าน ประกอบด้วย 

 

  • นายวิทัย รัตนากร ประธานกรรมการ
  • นายปิติ ดิษยทัต รองประธานกรรมการ
  • นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ กรรมการ
  • นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน กรรมการ
  • นายเชาว์ เก่งชน กรรมการ 
  • นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ กรรมการ
  • นายสมชาย หาญหิรัญ กรรมการ (ทำหน้าที่ครั้งแรก) 
  • นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ  

 

ทั้งนี้ จากการประเมินของสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่า การประชุม กนง. วันที่ 24 มิ.ย.2569 จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี 

 

หลังจากการประชุม กนง.เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี จากนั้นวันที่ 29 เม.ย.2569 คณะกรรมการฯ มติเป็นเอกฉันท์ (6 ต่อ 0 เสียง) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี   

 

โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 24 มิ.ย.2569 เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ค. เร่งขึ้นน้อยกว่าคาดและเศรษฐกิจไตรมาส 1/2569 ยังขยายตัวดี 

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ในปัจจุบันเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 จะอยู่ที่ 3.1% และเร่งขึ้นสูงสุดในช่วงไตรมาส 3-4 ก่อนทยอยชะลอลงในปี 2570 ภายใต้สมมุติฐานสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ยกระดับรุนแรงไปกว่านี้และทยอยคลี่คลายลง ซึ่งข้อตกลงยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยสนับสนุนทิศทางดังกล่าว แม้ยังมีความไม่แน่นอนจากรายละเอียดบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ดังนั้น โอกาสที่ กนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้จึงยังมีจำกัด

 

นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะไม่ทั่วถึง (K-shaped) และยังเปราะบางต่อความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งซ้ำเติมอุปสงค์ในประเทศ ในขณะเดียวกัน การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอาจมีประสิทธิผลจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้ง กนง. ยังต้องรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ส่งผลให้ กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ไปตลอดทั้งปีนี้ 

 

ขณะที่ ธปท. น่าจะให้น้ำหนักกับมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะจุด (targeted measures) มากกว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ย โดยอาศัยทั้งมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ การลดภาระหนี้ และการสนับสนุนสภาพคล่องผ่านสถาบันการเงิน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาให้แก่ภาคธุรกิจและครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งคาดว่าจะมีประสิทธิผลมากกว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินในวงกว้าง 

 

ทิศทางเศรษฐกิจครึ่งหลังของปี 2569 ยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่สูงแต่มาตรการภาครัฐช่วยประคองภาพรวมการขยายตัว เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คาดว่าจะเข้ามาช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3/2569 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ราว 2.0%

 

สอดคล้องกับ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 24 มิ.ย.2569 เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากฝั่งอุปทาน ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความเสี่ยงด้านต่ำ จึงมีเหตุผลจำกัดในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เว้นแต่เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและทะลุกรอบเป้าหมายต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

 

เช่นเดียวกับ Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% เพื่อหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังไม่มีสัญญาณเร่งขึ้นต่อเนื่อง จากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง รวมถึง second round effect 

 

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ของไทย ในเดือนพฤษภาคม ที่อาจยังคงได้รับอานิสงส์จากธีมการลงทุนใน AI ที่ยังช่วยหนุนยอดการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor ของไทย ทว่า ยอดการนำเข้าอาจยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการลงทุนใน Data Center ทำให้โดยรวม ดุลการค้ายังคงขาดดุลต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายรอลุ้นว่าจะมีการประเมินและทบทวนตัวเลข GDP ของปี 2569 ใหม่อีกครั้ง หลังจากประเมินสถานการณ์สงครามคลี่คลายตามกรอบเวลาที่ ธปท. ประเมิน แต่ราคาน้ำมันดิบดูมีแนวโน้มต่ำกว่าสมมติฐานปี 2569 ของ ธปท. ทำให้คาดว่ามีโอกาสมองภาพบวกต่อ GDP มากขึ้น

 

ซึ่งทาง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Vitai Ratanakorn” ระบุว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจของ ธปท. จะ update ออกสัปดาห์นี้หลังประชุม กนง. แต่ก็ in line กัน

 

ทั้งนี้ ในการประชุม กนง. เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ประเมินเศรษฐกิจในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัว 1.5% และ 2.0% ตามลำดับ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% ในปี 2569 ก่อนจะปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ในปี 2570

ข่าวล่าสุด

คณะอนุกรรมาธิการ ดิจิทัลเปิด 4 ปมกังวล TH-AI Passport จี้รัฐบาลทบทวน

คณะอนุกรรมาธิการ ดิจิทัลเปิด 4 ปมกังวล TH-AI Passport จี้รัฐบาลทบทวน