
เช็กชีพจรเศรษฐกิจ ภาคการผลิต ASEAN ฟื้นตัว ไทยรั้งอันดับ 2 ภูมิภาค
ภาคการผลิตอาเซียนส่งสัญญาณฟื้นตัว สิ้นสุดภาวะชะลอตัวที่ยืดเยื้อมานานถึง 3 เดือน ดัชนี PMI ภาคการผลิต ขยับแตะ 51.5 รับอานิสงส์ความต้องการสินค้าในประเทศเพิ่ม
S&P Global เปิดเผยรายงานเมื่อวันอังคาร ระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิต (Purchasing Managers' Index) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคม โดยขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.5 จากระดับ 50.7 ในเดือนเมษายน สะท้อนภาพการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และถือเป็นการยุติภาวะชะลอตัวที่ดำเนินติดต่อกันมาถึง 3 เดือน
ความต้องการในประเทศพุ่ง ดัน ดัชนี PMI ภาคการผลิต ขยายตัว
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของภาคการผลิตอาเซียนในครั้งนี้ มาจากความต้องการสินค้าภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ปัจจัยบวกนี้ช่วยชดเชยผลกระทบจากตัวเลขการส่งออกที่ยังคงหดตัวลง โรงงานหลายแห่งมียอดสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งเดินสายการผลิตอย่างเต็มกำลังเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
เจาะลึกรายประเทศ 'เวียดนาม-ไทย' ผลงานโดดเด่น
เมื่อพิจารณาสถิติรายประเทศพบว่า เวียดนามทำผลงานได้ดีที่สุดในภูมิภาค ด้วยดัชนี 52.8 ตามมาด้วยประเทศไทยที่ระดับ 52.6 ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียต่างก็รักษาระดับการขยายตัวไว้ได้เช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม เมียนมาและมาเลเซียยังคงเผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัว โดยดัชนีอยู่ที่ 49.3 และ 49.9 ตามลำดับ
จับตาความเสี่ยง เงินเฟ้อ และ ปัญหาการค้าโลก
แม้ตัวเลข ดัชนี PMI ภาคการผลิต จะส่งสัญญาณเชิงบวก แต่มัรยัม บาลุช (Maryam Baluch) นักเศรษฐศาสตร์จาก S&P Global Market Intelligence ประเมินว่า ภาคธุรกิจยังคงระมัดระวังเรื่องการรับพนักงานใหม่ สถานการณ์นี้สะท้อนชัดเจนจากตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤษภาคมที่ปรับลดลงเล็กน้อย
บาลุชเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ปัญหาการหยุดชะงักของการค้าโลกและแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งมีต้นตอมาจากภาวะสงครามในปัจจุบัน จะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป
สรุปได้ว่า แม้ดัชนี PMI ภาคการผลิต ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลับมาขยายตัวได้อย่างน่าประทับใจ แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องวางแผนธุรกิจด้วยความรัดกุม ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง







