
"เอกนิติ" นำทีมลงพื้นที่ ติดตามการใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสวันแรก
เริ่มแล้ววันแรก! คลังผนึกกำลังกรุงไทย ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรีเช็กความพร้อม "โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40" รองนายกฯ "เอกนิติ" ปลื้มบรรยากาศจับจ่ายสุดคึกคัก
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะผู้บริหารประกอบด้วย นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี
เพื่อติดตามความพร้อมของ โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในวันแรกที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ โดยคณะผู้บริหารตั้งใจลงมาประเมินความพร้อมของร้านค้า ระบบการชำระเงิน และการให้บริการในพื้นที่จริงด้วยตนเอง
รับฟังเสียงสะท้อน หวังยกระดับการ ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส
ระหว่างการลงพื้นที่ คณะผู้บริหารพูดคุยพบปะกับประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะต่างๆ พร้อมทั้งติดตามการทำงานของระบบและขั้นตอนการให้บริการอย่างใกล้ชิด
กระทรวงการคลังมุ่งหวังให้การดำเนินงานครั้งนี้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจากการติดตามการใช้งานไทยช่วยไทยพลัส ในพื้นที่วันแรกพบว่า ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของและ ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส ผ่านโครงการกันอย่างคึกคัก
โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เดินหน้า กระตุ้นเศรษฐกิจ 2569
โอกาสนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงภาพรวมการดำเนินงานวันแรก โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจ 2569 เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศผ่านมาตรการนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระดับชุมชนโดยตรง
ไทม์ไลน์ โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ใช้สิทธิได้ถึงเมื่อไร
หากต้องการวางแผนการใช้จ่าย ประชาชนสามารถตรวจสอบกำหนดเวลาและไทม์ไลน์ของ โครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ ดังนี้
- วันที่ 1 มิถุนายน 2569: ประชาชนเริ่มใช้สิทธิวันแรก ณ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ของทุกวัน
- วันที่ 15 มิถุนายน 2569: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น. ของทุกวัน
- วันที่ 30 กันยายน 2569: สิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการ
ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ยังไง?
ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถทำตามขั้นตอนการใช้จ่ายผ่านช่องทางปกติและร้านค้าถุงเงินได้ตามวิธีดังต่อไปนี้
- เข้าแอปพลิเคชัน แอปฯ เป๋าตัง จากนั้นเลือกแบนเนอร์ โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
- กดปุ่ม "สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ"
- สแกน QR Code ของร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการ
- ตรวจสอบยอดเงินแล้วกดปุ่ม "ยืนยัน" เพื่อยืนยันการชำระเงิน (กรณีเงินใน G-Wallet ไม่เพียงพอ ระบบจะให้เติมเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย)
- ใส่รหัส PIN ของแอปฯ เป๋าตัง จำนวน 6 หลัก
- ระบบจะบันทึกสลิปรายการทำธุรกรรมสำเร็จไว้เป็นหลักฐาน
ไทยช่วยไทย พลัส ใช้ที่ไหนได้บ้าง?
กระทรวงการคลังได้จำแนกประเภทสินค้าและบริการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิ และสินค้าที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขการสนับสนุนไว้ชัดเจน ดังนี้
สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ
- ร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มทั่วไป
- รถเข็นจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม (Food Delivery)
- ร้านค้า OTOP
- ร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป
- บริการขนส่งสาธารณะ
สินค้าและบริการที่ไม่เข้าร่วมโครงการ
- ร้านนวด และสถานประกอบการสปา
- ร้านทำเล็บ และร้านทำผม
- สลากกินแบ่งรัฐบาล
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- บัตรกำนัล บัตรเงินสด หรือบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
เงื่อนไขไทยช่วยไทยพลัส และข้อห้าม
- ตรวจสอบสิทธิก่อนใช้: ก่อนเริ่ม ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส ในครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิจะต้องตรวจสอบสิทธิคงเหลือและเงื่อนไขการใช้สิทธิของตนเองก่อนเสมอ
- ต้องทำธุรกรรมแบบพบหน้า: การซื้อขายสินค้าหรือรับบริการ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการกันแบบพบหน้า (Face-to-face) เท่านั้น ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลางได้ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ (ยกเว้นระบบฟู้ดเดลิเวอรีที่ได้รับอนุมัติตามเงื่อนไขโครงการ)
- กรอบเวลาใช้สิทธิ: ประชาชนสามารถใช้งานระบบเพื่อสแกนจ่ายได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ของทุกวัน
- ข้อห้ามการกระทำผิด: ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิด หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการหรือโครงการใดๆ ของรัฐบาล







