'พิพัฒน์' จ่อชงโครงการ 'แลนด์บริดจ์' ล้านล้าน สร้างแต้มต่อวิกฤตฮอร์มุซ
'พิพัฒน์' จ่อชงโครงการ 'แลนด์บริดจ์' มูลค่าล้านล้าน ชี้อาจเป็นโอกาสให้ประเทศไทยสร้างแต้มต่อ จากวิกฤตฮอร์มุซ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ควรจะเดินหน้าพิจารณาต่อ วันนี้ ( 25 เม.ย. 2569 ) ที่พรรคภูมิใจไทย ว่า
ถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ อาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทย ในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร
ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลมาว่าจริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูลเรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่ง ไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100% แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือ และทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่างๆ
ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่ายแลนด์บริดจ์ หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะเริ่มภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้น เราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูล ทั้งต่างประเทศและในประเทศซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน ซึ่งก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน
โดยจะนำเข้าครม. ช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม โดยจะเริ่มต้นนับหนึ่งภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน แต่จะเป็นลักษณะให้สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เอกชนมาลงทุน
ส่วนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่มีความกังวลนั้น โครงการจะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดยนายพิพัฒน์ยอมรับว่า ก็มีปัญหาอยู่ ซึ่งต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ ตนต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ความจริง ด้าน NGO ก็ตั้งท่ารออยู่ โดยตนจะลงพื้นที่เพื่อดูแลนด์บริดจ์ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้


