posttoday

KBANK กางเป้าปี 69 โตสมดุล ปักธงสินเชื่อโต 0-2% คุม NPL ต่ำกว่า 3.25%

06 กุมภาพันธ์ 2569

ธนาคารกสิกรไทย เปิดแผนปี 69 มุ่งโตสมดุล ยกระดับยุทธศาสตร์ "3+1 และ Productivity" ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ตั้งเป้าสินเชื่อโต 0-2% NIM อยู่ที่ 2.75-2.95% คุม NPL ต่ำกว่า 3.25%

KEY

POINTS

  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ตั้งเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ให้สินเชื่อเติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • ควบคุมสัดส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3.25% ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
  • มุ่งเน้นกลยุทธ์การเติบโตอย่างสมดุล โดยให้ความสำคัญกับสินเชื่อที่มีคุณภาพและกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ประกอบด้วย

  • การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth): เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
  • ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM): อยู่ที่ 2.75-2.95% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ 
  • การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth): เติบโตที่ Mid-to-high single-digit โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง และความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
  • ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio): อยู่ที่ Mid-40s โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่มีความท้าทาย
  • เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio - Gross): อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน
  • อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost): อยู่ที่ในช่วง 140-160 bps (Normalized Level) โดยธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและระมัดระวังสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ

อีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ในปี 2569 ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (CustomerStrategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้านและตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ดังนี้

1) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าบุคคล (Retail): ธนาคารมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลที่มีศักยภาพและต้องการสร้างการเติบโต รวมทั้งลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุม (High value, High growth, Underpenetrated segments) อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่และมืออาชีพที่มีการจับจ่ายใช้สอยและแสวงหาบริการทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงวัย

  • วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต เพื่อพัฒนาและนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เสริมสร้างความยั่งยืนทางการเงิน ให้ทุกคนได้เติบโตไปได้อีก
  • ขยายฐานลูกค้าที่มีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอโซลูชันต่าง ๆ ทั้งสินเชื่อ การลงทุนประกันชีวิต และบริการชำระเงินแบบครบวงจร ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต
  • ยกระดับการเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ ผ่านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

เป้าหมายทางการเงิน KBANK ปี 2569

2) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (SME): ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีพลังในการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยธนาคารมุ่งเน้นลูกค้าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโตและมีคุณภาพ (Growth industries with strong risk quality) เพื่อปลดล็อคศัยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  • นำเสนอโซลูชันทั้งด้านสินเชื่อและไม่ใช่สินเชื่อที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าแบบองค์รวม เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของลูกค้า
  • ให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจโดยผู้ดูแลความสัมพันธ์ที่มีความเชี่ยวชาญ พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตธุรกิจ SME เพื่อสนับสนุนการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME

3) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate): เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการเชื่อมต่อธุรกิจหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการขยายสู่ตลาดภายนอกประเทศ ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับธุรกิจในประเทศที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Selective industries with high‑value potential) สนับสนุนการเติบโตธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งในประเทศและการค้าข้ามพรมแดน

  • พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะให้สอดคล้องกับระบบนิเวศและห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของลูกค้าแต่ละราย และแต่ละอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างรอบด้าน
  • ยกระดับรูปแบบการให้บริการด้านระบบการชำระเงินและธุรกรรมทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงตามอุตสาหกรรม สนับสนุนความต้องการของลูกค้าธุรกิจ เสริมสร้างความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ออกแบบเฉพาะ

โดยผนึกรวมกับยุทธศาสตร์ “3+1 และProductivity” ที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องอันได้แก่ 

ยุทธศาสตร์หลักที่ 1 การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ ที่เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่านแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรอบคอบด้วยกระบวนการเครดิตที่ครบวงจรและการจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยี Data & AI ส่งมอบสินเชื่อที่ช่วยผลักดันศักยภาพของลูกค้าบุคคลและธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  

ยุทธศาสตร์หลักที่ 2 การขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียม ผ่านการให้บริการด้านการชำระเงิน ที่มุ่งเน้นเป็นธนาคารหลักในการให้บริการทั้งลูกค้าบุคคลและธุรกิจ  ผ่านการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจรและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทุกดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งการชำระเงินในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันจำนวนธุรกรรมออนไลน์ที่ทำผ่านธนาคารมีปริมาณราว 30% ของธุรกรรมทั้งหมดในประเทศไทย และการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่เป็นที่ไว้วางใจ (Trusted Advisor) ด้วยโซลูชันตอบโจทย์ตรงตามความต้องการของลูกค้า ผ่านการให้คําปรึกษาที่ใช้ความแข็งแกร่งจากพันธมิตรระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในประเทศ ต่อยอดความเป็นอันดับหนึ่งของกองทุนของ บลจ. กสิกรไทย ด้านกองทุนรวมที่มีมูลค่า AUM สูงที่สุด และความเป็นผู้นำของธนาคารในธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ ครองอันดับหนึ่งด้านเบี้ยประกันใหม่ในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต 

ยุทธศาสตร์หลักที่ 3 การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ “Digital First Experience” ด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการในทุกช่องทาง ผสานศักยภาพของบุคลากร และมุ่งเน้นช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ผ่าน K PLUS โมบายแบงกิ้งสำหรับลูกค้ารายย่อย และ K BIZ แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งพัฒนาครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย เสถียร และปลอดภัย รองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพ ครองอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ (Net Promoter Score: NPS) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย จากการสำรวจของบริษัทนีลเส็นไอคิว (NielsenIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลก มาอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนผู้ใช้ K PLUS เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านรายในปี 2568 เป็น 24.2 ล้านราย

ยุทธศาสตร์ 'บวกหนึ่ง' การสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลางและระยะยาว ที่มุ่งเน้นการปรับลำดับความสำคัญและเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอธุรกิจระหว่างประเทศ และขยายพอร์ตโฟลิโอด้านนวัตกรรมและธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อให้มั่นใจถึงผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในระยะยาว รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพจากการดำเนินงานให้มากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับความเชี่ยวชาญของพนักงาน

การดำเนินธุรกิจด้วยยุทธศาสตร์ “3+1 และProductivity” พร้อมกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ดังกล่าว จะช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยและลูกค้าของธนาคารสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างสมดุล ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงเผชิญความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่กดดันการค้าโลกให้ชะลอตัว ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตชะลอตัวลงจากปีก่อน ด้วยอัตราการขยายตัวที่ 1.6%

“ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการเป็นธนาคารที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ พร้อมเคียงข้างลูกค้าเพื่อก้าวผ่านความท้าทาย ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมและทั่วถึง ผลักดันเพื่อก้าวสู่โอกาสที่จะเติบโตไปได้อีกและเดินหน้าสู่อนาคตอย่างยั่งยืนและมั่นคงไปด้วยกัน” นางสาวขัตติยา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตุรกี เข้มนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ส่งออกไทยเช็กเงื่อนไขใหม่