BAY เปิดแผนปี 69 ตั้งเป้าสินเชื่อโต 2-4% “อาเซียน” เรือธง โตเด่น 10%
กรุงศรี กางโรดแมปปี 69 ชูกลยุทธ์ “ONE Krungsri” ดัน 5 วาระเร่งด่วน แก้หนี้ครัวเรือน-เสริมแกร่ง SME และการเงินสีเขียว ตั้งเป้าสินเชื่อโต 2-4% ท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบาง ชู “อาเซียน” หัวหอกหลัก คาดโต 10%
KEY
POINTS
- กรุงศรี กางโรดแมปปี 69 ชูกลยุทธ์ “ONE Krungsri” ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมในปี 2569 ไว้ที่ 2-4%
- ชูธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยคาดว่าจะขยายตัวโดดเด่นถึง 10%
- มุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนผ่าน 5 วาระเร่งด่วน เช่น การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SME
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเริ่มมีการแบ่งขั้วและแบ่งกลุ่มกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลให้การเติบโตโดยรวมมีแนวโน้มต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น
ปัจจัยหลักมาจากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ แม้ว่าภาคบริการจะยังสามารถประคองตัวไปได้ แต่ในส่วนของภาคการผลิตและการค้านั้นยังคงอยู่ในสภาวะอ่อนแอ ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง
ในส่วนของภูมิภาคอาเซียน ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากอุปสงค์ภายในกลุ่มและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงกันในภูมิภาค (Regional Connectivity) จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของอาเซียนต่อไปในอนาคต
สำหรับประเทศไทยในปี 2569 ถือเป็น "ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน" ที่สำคัญ โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตโดยรวมอาจจะต่ำกว่า 2% เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและปัญหาหนี้สะสมที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ประเด็นด้านการเลือกตั้งยังมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยให้นโยบายการเงินมีทางเลือกในการผ่อนคลายได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการมุ่งเน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาวเพื่อรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางวัฏจักรเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยธนาคารวางตำแหน่งตนเองเป็น “มากกว่าธนาคาร” แต่คือการเป็น “พันธมิตร” ของทั้งกลุ่มลูกค้า ภาคธุรกิจ และประเทศไทย
สำหรับแผนธุรกิจของกรุงศรีในปีนี้มุ่งสร้าง Sustainable Thailand หรือประเทศไทยที่ยั่งยืน โดยเน้นการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและความรับผิดชอบต่อความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศ ภายใต้แนวคิด “Krungsri for Sustainable Future”
ทั้งนี้ กรุงศรีได้กำหนด 5 วาระเร่งด่วนเชิงโครงสร้าง เพื่อวางรากฐานให้ลูกค้า ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
1.การผ่อนคลายปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย ให้ประชาชนกลับมามีเสถียรภาพทางการเงิน ผ่านแนวทาง 3 ระดับ ได้แก่ การช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องในยามวิกฤต การร่วมมือกับภาครัฐ ในการส่ง มาตรการแก้หนี้ต่าง ๆ ให้ถึงครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนความรู้ทางการเงิน
2.การเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยให้สามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
3.การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการลงทุนเชื่อมโยงโอกาสระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา
4.การเร่งขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกภาคส่วน
5.การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ยึดมั่นในความโปร่งใสและเสถียรภาพ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในระบบการเงินไทยอย่างยั่งยืน
ตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โต 2-4% คุม NPLs ไม่เกิน 3.25-3.50%
สำหรับปี 2569 กรุงศรีตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2-4% จากปี 2568 เติบโต 1.7% แม้ว่าภาพรวมสภาวะเศรษฐกิจและปัญหาหนี้สินภายในประเทศไทยจะยังคงมีความน่ากังวล แต่ธนาคารมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่ชัดเจนในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
โดยกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตในครั้งนี้ ธนาคารมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตโดดเด่นถึงประมาณ 10%
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าองค์กรญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ซึ่งพบว่ายังคงมีแรงขับเคลื่อนและความต้องการใช้บริการด้านสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สินเชื่อในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวยังคงเติบโตอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้ภาพรวมพอร์ตสินเชื่อของธนาคารเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะที่ตั้งเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่ 4.0-4.3% จากปี 2568 อยู่ที่ 4.35% โดยที่ NIM ในประเทศปี 2569 อยู่ที่ 3.25-3.50% อาเซียนอยู่ที่ 20-22%
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ Mid-40s% จาก 47% ในปี 2568 และควบคุมอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) ไว้ที่ 3.25-3.50% จากปี 2568 อยู่ที่ 3.26%
ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) เป็น 350,000 ล้านบาท หลังจากในปี 2568 ทะลุเป้า 250,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“เป้าหมายของกรุงศรีคือการสร้างการเติบโตที่สมดุล ทั้งในด้านผลประกอบการ นวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อ สังคม เรากำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ภูมิทัศน์ทางการเงินแห่งอนาคต ที่บริการทางการเงินได้รับการบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคม" นายเคนอิจิ กล่าว
3 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนองค์กรในปี 2569
กรุงศรีกำหนด 3 แกนกลยุทธ์หลัก (Strategic Pillars) เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ได้แก่
- Customer First: ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านกลยุทธ์ “เข้าใจ เข้าถึง อุ่นใจ” ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อมต่อบริการอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ และนักลงทุน
- Transform with Al & Technology: เร่งการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินงานและเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยง ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และระบบ Core Banking เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
- ONE Krungsri Collaboration: ผสานพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงิน แบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร พร้อมใช้จุดแข็งจากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระดับภูมิภาค
จากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
กรุงศรีเดินหน้าขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการสำคัญที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบจากความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละช่วงชีวิต และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลที่หลากหลายและแตกต่างของกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล อาทิ การยกระดับบริการสู่รูปแบบ ONE Stop Service ที่เชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชัน สาขา และศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนและการเสริมสร้างองค์ความรู้ (Sustainable Finance & Capacity Building) ตลอดจนการสร้างคุณค่าแบบองค์รวมผ่านบริการที่ปรึกษาวาณิชธนกิจ และโซลูชันการบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร รวมถึงการผนึกกำลังเครือข่าย MUFG และพันธมิตรระดับโลก ผสานกับนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและมอบโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า


