ฝ่าพายุทองคำ! ‘พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์’ เปิดยุทธศาสตร์ปี 69 ฝ่าเกมเดือด
สัมภาษณ์พิเศษ: จากแรงกดดันสู่โอกาส "พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์" เมื่อธุรกิจทองคำเผชิญพายุค่าเงิน กฎใหม่ และต้นทุนระบบที่สูงขึ้น แต่ยืนยันพร้อมลงทุน หากช่วยให้บาทไทยเสถียรและอุตสาหกรรมอยู่รอด พร้อมโชว์ศักยภาพยอดขายไทย-สิงคโปร์กว่า 2 แสนล้านล้าน
KEY
POINTS
- สัมภาษณ์พิเศษ: จากแรงกดดันสู่โอกาส "พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์" เมื่อธุรกิจทองคำเผชิญพายุค่าเงิน กฎใหม่ และต้นทุนระบบที่สูงขึ้น
- แต่ยืนยันพร้อมลงทุน หากช่วยให้บาทไทยเสถียรและอุตสาหกรรมอยู่รอด
- พร้อมโชว์ศักยภาพยอดขายไทย-สิงคโปร์กว่า 2 แสนล้านล้าน
ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงิน และราคาทองคำที่แกว่งตัวแรงแทบไม่เว้นวัน ชื่อของ "พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กลับถูกพูดถึงในฐานะคนกลาง ระหว่างโลกการเงิน ตลาดทองคำ และนโยบายของธนาคารกลาง
ในการเปิดใจกับ "โพสต์ทูเดย์" ครั้งนี้ บทสนทนาไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลขหรือแผนธุรกิจ แต่คือการเล่า "ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมทองคำไทย" ที่กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญของปี 2569
2026 ปีแห่งการปรับเปลี่ยน
พวรรณ์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ยุทธศาสตร์หลักของ YLG ในปี 2569 ไม่ใช่การโตแบบหวือหวา แต่คือการปรับฐานให้แข็งแรง ให้ทันกับโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป
"แผนงานหลักในปีนี้คือการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยเน้นการปรับปรุงทั้งในส่วนของพนักงานขาย การบริการ และระบบการเทรด"
สิ่งที่สำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนระบบการเทรด Gold Spot จากสกุลเงินบาทให้เป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะปรับปรุงระบบให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ควบคู่กับการพัฒนาแอปพลิเคชันของตนเองเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนให้ดียิ่งขึ้น
การปรับระบบเทรดทองคำในปีนี้เกิดขึ้นจากการตกผลึกร่วมกันของผู้ค้าทองกับแบงก์ชาติหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นร้อนที่คุณพวรรณ์พูดอย่างตรงไปตรงมา คือ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสังคมที่มองว่า แบงก์ชาติเรียกประชุมผู้ค้าทองเพื่อ "ไล่จับรายใหญ่"
"ไม่ใช่เลย แบงก์ชาติไม่ได้อยากรู้ว่าใครเป็นใคร"
สิ่งที่แบงก์ชาติกังวลจริงๆ คือ ผลกระทบต่อค่าเงินบาท จากกลุ่มที่ "เทรด" ในปริมาณสูง ไม่ใช่กลุ่มที่ซื้อทองแล้วถือกลับบ้าน ซึ่งกลุ่มที่เทรด หากเป็นไซส์ใหญ่ จะมี impact ต่อค่าเงิน แบงก์ชาติจึงอยากแยกให้ชัด
- กลุ่มใหญ่ → ให้ไปเทรดดอลลาร์
- กลุ่มเล็ก → ยังอยู่ในระบบเดิมได้
ขณะที่ทอง physical นั้น แบงก์ชาติไม่แตะ เพราะไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อระบบค่าเงิน
แบงก์ชาติเริ่มประกาศให้ทุกสินทรัพย์ ไม่ใช่ทองอย่างเดียว ทุกเม็ดเงินที่ไหลเข้าเกิน 200,000 เหรียญสหรัฐฯต้องแจ้งรายละเอียด ฉะนั้นอะไรที่เกิน 200,000 เหรียญฯถือเป็นไซส์ใหญ่
โดยทางผู้ค้าทองคุยกับแบงก์ชาติว่าสำหรับร้านทอง คำว่า ไซส์ใหญ่ของเราคือ 50 ล้านบาทต่อวัน ทางแบงก์ชาติจะพิจารณาอีกทีหลังจากที่เริ่มมีมาตรการเข้มขึ้น ต่างคนต่างมอนิเตอร์แล้วที่น่าพึงพอใจคือแบงค์ชาติบอกเลยว่าต่อไปนี้ ถ้าจะมีนโยบายอะไร จะโยนมาให้สมาคมผู้ค้าทองคำไปพิจารณาว่าทางออกที่ดีที่สุดคืออะไร
เพราะหากแบงก์ชาติทุบคนที่มีเงินเยอะไปเทรดต่างประเทศ เงินไหลออกต่างประเทศ แทนที่จะคุมได้กลายเป็นว่าไหลไปอยู่ในที่ที่คุมไม่ได้ ไม่สามารถจับต้องได้
ทางเราได้ยกตัวอย่าง "เวียดนาม" กรณีแบงก์ชาติเวียดนามเข้ามาคุมเข้มจนเกิดการลักลอบนำเข้าทองคำ ซึ่งเราไม่อยากเห็นภาพนั้นในประเทศไทย หากจำไม่ผิดเหมือนมีข่าวในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาที่มีการจับทองเถื่อนตามตะเข็บชายแดน แต่หลังจากที่อิมพีเม้นท์ทอง ไม่มี vat เรื่องพวกนี้ก็หายไป
ฉะนั้นเรื่องความโปร่งใสเป็นเรื่องดี ทุกอย่างเห็นบนโต๊ะ และแบงก์ชาติอยากเห็นอะไรก็มาคุยกันว่า หากทำได้ไม่ลำบากมากนักเราพร้อมซัพพอร์ต
"การพูดคุยกับแบงก์ชาติรอบนี้ทุกคนมีต้นทุนเพิ่มในการพัฒนาระบบใหม่ นี่คือเรื่องที่ต้องใช้เงินลงทุนทั้งนั้น ซึ่งเรายินดีทำหากแบงก์ชาติมองว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ค่าบาทกลับมาเสถียรได้"
YLG มีศักยภาพในการรองรับลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายใหญ่ (Low end ถึง High end) โดยเริ่มต้นการลงทุนได้ตั้งแต่หลัก 10 บาทไปจนถึงไม่จำกัดเพดาน นอกจากนี้บริษัทยังได้พัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น
- การออมทอง: รองรับทั้งการสะสม การออมแบบ DCA และการกระจายพอร์ตการลงทุน
- บริการคัสโตเดียน (Custodian): บริการรับฝากทองคำในชื่อของลูกค้าเอง ซึ่งปัจจุบันเริ่มดำเนินการแล้วที่สิงคโปร์และมีแผนที่จะขยายการรองรับไปยังไทยและดูไบในอนาคต เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนที่ต้องการฝากทองไว้ต่างประเทศ
เมื่อถามถึงความยากและอุปสรรคในการทำงานนั้น คุณพวรรณ์มองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานที่ต้องเผชิญอยู่แล้ว โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเองและก้าวให้ทันกฎระเบียบหรือเทคโนโลยีใหม่ๆมากกว่าการมุ่งเน้นแข่งขันกับผู้อื่น
"เราบอกทุกครั้งว่าแบงก์ชาติมีนโยบายอะไร ช่วยโยนโจทย์มา พวกเรากลุ่มสมาคมค้าทองคำทุกคนยินดีที่จะร่วมมือกันเพื่อให้เป้าหมายของแบงก์ชาติบรรลุเพื่อให้เป้าหมายของ Industry นี้บรรลุ โดยที่เราก็ยังคงพยายามที่จะเมนเทนธุรกิจนี้ให้ไปยั่งยืน ในเมื่อเราสามารถพัฒนาจนกระทั่งทองคำในเซาท์อีสเอเชีย เราถือว่า เป็นอันดับหนึ่ง เราก็ไม่อยากให้ลดลง ด้อยค่าสิ่งที่พวกเราพัฒนากันมา นี่คือสิ่งที่เราพูดให้แบงก์ชาติฟัง"
ปัจจุบัน YLG มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายรวมทั้งวายแอลจีในไทยและสิงคโปร์ รวมเกินกว่า 200,000 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจในทองคำมากขึ้น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและกฎเกณฑ์ต่างๆ ในปัจจุบันอาจไม่เอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบเดิม เช่น หุ้นหรือกองทุน
ความต่างระหว่าง สิงคโปร์ VS ไทย ?
YLG สิงคโปร์ เราอยู่ที่นั่นเป็นแบบ Wholesale ค้าส่ง ไม่ได้ขาย Retail แล้วคนรีเทลที่นั่นไม่ได้ซื้อแบบคนไทย เพราะหนึ่ง poperation น้อยกว่าเรา คนที่นั่นเป็นโมเดิร์น เอเชียน ไม่เหมือนจีน เวียดนาม ลาว เขมร เค้ามีเงินไปเทรดหุ้น เทรดสินทรัพย์อื่นๆที่ไม่ใช่ทอง ถ้าเป็นทองโดยส่วนใหญ่จะไปใน category ที่เป็น saving มากกว่า
ขณะเดียวกัน YLG สิงคโปร์เราจะขายลาว เขมร เวียดนาม อินโด มาเลย์ เซาท์อีสเอเชียทั้งหมด ฉะนั้นเราขายเป็น US currency ถึงถ้าขายเป็น local currency ก็จะเป็นแค่ร้านทองเท่านั้นไม่มีบุคคลเพราะฉะนั้นปริมาณคอนซูมทองในสิงคโปร์ไม่เยอะ เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับยอดขายที่เรามีที่สิงคโปร์เนี่ยมันน่าจะอยู่ประมาณสักเท่าไหร่ 0.0001% เท่านั้น
ทองคำถูกมองเป็นผู้ร้ายบาทแข็ง ?
คุณพวรรณ์ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เราไม่ใช่ผู้ร้าย" เพราะถ้าคุณมองแบบนี้เราจะบอกว่า เหตุผลว่าเกิดจากอะไร การที่เค้าพูดว่าเราเป็นผู้ร้ายแล้วเรายิ้มรับไม่ได้ เราต้อง Defense
จากการเข้าไปศึกษาแบบเจาะลึก หาคำตอบว่าปัจจัยที่ส่งผลค่าเงินบาทมีอะไรบ้าง กลุ่มอุตสาหกรรมมีผลอย่างไร ดังนั้น เราไม่ยอมรับคำนี้ และเรามาช่วยกันบอกแบงก์ชาติ ช่วยโยนโจทก์มาด้วย อยากได้อะไรบอกมาแล้วพวกเราไปปรับไปพัฒนา
เพราะความยากของธุรกิจนี้ คือ หนึ่ง ธุรกิจมีความผันผวนสูงมาก ปี 2568 ที่ผ่านมา การดำรงอยู่ไม่ง่าย การหาลูกค้าไม่ยาก คู่แข่งต่างประเทศเข้ามาก็ไม่ยาก แล้วยังต้องมาต่อสู้กับ องค์กรอีก เรามีความยากในทุกมิติ เพราะฉะนั้น เราขอแบงก์ชาติว่าทุกมิติ เราเชื่อว่าแก้ไขได้ เพียงโยนโจทย์มาแล้วพวกเราจะไปแก้ไข ต้องการอะไรทางเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่
IPO ยังอยู่ในแผน แต่รอจังหวะที่ใช่
เมื่อถามถึงความคืบหน้าแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น คุณพวรรณ์ เปรยใจว่า ยังคงมีแผนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเพื่อให้มีธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance)และมีระบบการตรวจสอบ (Monitor) ที่เข้มงวดตามมาตรฐานของบริษัทจดทะเบียน
แม้ว่าธุรกิจการเทรดจะมีรายละเอียดที่ต้องติดตามมากเป็นพิเศษ แต่บริษัทมีความพร้อมและกำลังรอจังหวะ โอกาส และสภาวะตลาดที่เหมาะสมในการดำเนินการขั้นถัดไป.


