ธปท. ออกหลักเกณฑ์ JV AMC ใหม่ บริหารหนี้เสีย ช่วยลูกหนี้ฟื้นตัว
ธปท. ออกหลักเกณฑ์ JV AMC ใหม่ เปิดทางธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank ร่วมลงทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้ชั่วคราว ยื่นขอจัดตั้งภายใน 2 ปี ดำเนินกิจการ 15 ปี
KEY
POINTS
- ธปท. ออกหลักเกณฑ์จัดตั้ง JV AMC ใหม่ ให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank สามารถร่วมลงทุนจัดตั้งกิจการร่วมทุน เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
- มีเป้าหมายเพื่อเป็นกลไกช่วยสถาบันการเงินรับมือหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และช่วยเหลือลูกหนี้ให้ฟื้นตัวผ่านการปรับโครงสร้างหนี้
- หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราว โดยให้เวลา 2 ปี ในการยื่นขอจัดตั้ง และมีระยะเวลาดำเนินกิจการ 15 ปี
ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหลักเกณฑ์ส่งเสริมการจัดตั้งกิจการร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด 19 โดยสิ้นสุดระยะเวลาการจัดตั้งเมื่อปี 2567
ล่าสุด ธปท.ออกหลักเกณฑ์ส่งเสริมการจัดตั้งกิจการร่วมทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (JV AMC) อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank สามารถร่วมลงทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ในกิจการร่วมทุนได้เป็นการชั่วคราว
เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจและครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงคุณภาพสินเชื่อ สถาบันการเงินจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกที่ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อรองรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่อาจทยอยเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป
นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank สามารถร่วมลงทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ในกิจการร่วมทุนได้เป็นการชั่วคราว กล่าวคือ ให้ระยะเวลา 2 ปิ ในการยื่นขอจัดตั้งกิจการร่วมทุน และมีระยะเวลา 15 ปี ในการดำเนินกิจการ
โดยกิจการร่วมทุนต้องให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่ได้รับโอนมาด้วย เช่น ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้
รวมถึงจะขยายให้กิจการร่วมทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จัดตั้งแล้วสามารถรองรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารพาณิชย์และ Non-bank ได้ จากเดิมที่รับซื้อรับโอนได้จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น
ธปท. หวังว่า มาตรการข้างต้นจะช่วยให้สถาบันการเงินทั้ง ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank มีเครื่องมือเพิ่มเติมในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ดูแลลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ด้วยกลไกของกิจการร่วมทุนจะทำให้ลูกหนี้มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้ยังสามารถดำเนินชีวิตหรือธุรกิจต่อไปได้ และเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป


