
SCB โชว์กำไรสุทธิปี 66 อู้ฟู่ 43,521 ล้าน พุ่ง 15.9% ปักธงปี 67 สินเชื่อโต 3-5%
อู้ฟู่! SCB ปี 66 กวาดกำไรสุทธิ 43,521 ล้านบาท โต 15.9% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ-รายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น-ควบคุมต้นทุนเข้มงวด วางเป้าปี 67 สินเชื่อโต 3-5% NIM ที่ 3.7-3.9%
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2566 มีกำไรสุทธิ จำนวน 43,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากปีก่อน โดยกำไรสุทธิของไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 10,995 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน
ผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้จากการลงทุน และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ถึงแม้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้และรายได้ค่าธรรมเนียมจะอ่อนตัว
เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนทางธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (Gen 1) ยังคงสร้างผลกำไรหลักให้กับกลุ่ม รองลงมา คือ กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค (Gen 2) สร้างผลกำไรเล็กน้อย และกลุ่มดิจิทัลแพลตฟอร์มและระบบนิเวศ (Gen 3) มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นเลิศพร้อมเส้นทางที่ชัดเจนในการทำกำไร
รายได้จากการดำเนินงานรวม 171,103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 71,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 42% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ระดับ 45.2% สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
บริษัทได้ตั้งเงินสำรองจำนวน 43,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% จากปีก่อน แสดงถึงการบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรอบคอบ เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยที่ไม่ทั่วถึง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 160% เท่ากันกับปีที่แล้ว
คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 3.4% ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.3% ในปีก่อน เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.8% และมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ระดับ 9.3%
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ในปี 2566 บริษัท เอสซีบี เอกซ์ มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด ภายใต้การฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่ทั่วถึง ภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง ตลอดจนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัทเติบโตสินเชื่อผู้บริโภคแบบไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นในอัตรา 24% จากปีก่อน โดยมียอดสินเชื่อคงค้างในส่วนนี้จำนวนกว่า 165,000 ล้านบาท เป็นการตอบรับแนวนโยบายภาครัฐเรื่องการเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับผู้มีรายได้น้อย (financial inclusion) ของประเทศ นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนหุ้นกู้ของบริษัทที่ให้ผลตอบแทนมั่นคง ผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง ภายใต้สภาวะตลาดทุนที่มีความผันผวนสูง
สำหรับกลยุทธ์ในระยะต่อไป บริษัทจะเน้นการเติบโตธุรกิจจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และบริหารต้นทุนให้เหมาะสม บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน เพื่อเป็นตัวจักรสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ ขยายการบริการลูกค้าอย่างทั่วถึง และสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยแนวโน้มของปี 2567 บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 ของแผนกลยุทธ์ระยะเวลา 5 ปีที่ของบริษัท ซึ่งระยะที่ 1 มุ่งเน้นในการสร้างเทคโนโลยีหลักและรูปแบบการดำเนินงาน ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นการเติบโตทางธุรกิจและการทำงานร่วมกันภายในกลุ่ม ในปี 2567 คาดว่าการเติบโตหลักจะมาจากธุรกิจ Gen 2 โดยขับเคลื่อนจากบริษัท AutoX (จากการเติบโตของสินเชื่อและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของช่องทางสาขา) และ CardX (จากการลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อและการปรับปรุงประสิทธิภาพ)
ส่วน Gen 1 หรือธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงจากปี 2566 เนื่องมาจากอัตรา
ดอกเบี้ยได้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว บริษัทใน Gen 3 เป็นกลุ่มที่จะเปลี่ยนไปสู่เส้นทางการทำกำไร จากรูปแบบแพลตฟอร์มที่ใช้เงินมากอย่างแพลตฟอร์ม Robinhood จะลดเงินอุดหนุนอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน ก็มั่นใจในการก้าวสู่การทำกำไรในระยะยาว
สำหรับธุรกิจใหม่ บริษัทมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค แผนงาน คือ การตั้งเป้าที่ธุรกิจที่มีการดำเนินงานที่ดีในระดับภูมิภาคที่สามารถสร้างผลกำไรได้ทันที โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ Gen 2 ในภูมิภาคที่ดำเนินธุรกิจได้ดี และสามารถสร้างขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่างประเทศของเรา ในส่วนของการบริหารจัดการประสิทธิภาพของเงินทุนยังคงเป็นวาระสำคัญ และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ถือหุ้น
ในปี 2567 ได้กำหนดเป้าหมายของบริษัท โดยการเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ที่ 3-5% ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่ 3.7-3.9% อัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิอยู่ที่ Low-mid single digit อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ 43-45% และอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ 1.6-1.8%







