
ลงทุน "ตลาดหุ้นจีน" โอกาส รึ ความเสี่ยง ?
โอกาส รึ ความเสี่ยง? เจาะโมเดลปั้นเศรษฐกิจจีนหลังเปิดประเทศ นักวิชาการเชื่อ GDP จีนปีนี้โต 5% โอกาสดีนักลงทุน ฟาก "อเบอร์ดีน"โหนกระแส CHINA PLAY จัดสูตรเด็ดลงทุน 5 ธีม ตลาด A-Shares หุ้นดี พื้นฐานแกร่ง
รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีน อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ของประเทศจีนหลังเปิดประเทศ คือ จีนมีนโยบายลดการพึ่งพาตลาดภายนอก ลดพึ่งพาพรรคต่างประเทศเพื่อใช้พลังขับเคลื่อนภายในประเทศ กระตุ้นการบริโภคภายในจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงให้ความสำคัญและผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต high standard manufacturing เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นต้น
ที่สำคัญคือพร้อมเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันจีนกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่จีนไม่ทำ เพียงแต่ด้วยความที่โลกคาดหวังการฟื้นตัวอย่างเห็นผลในทันที จีนคือ"เดอะแบก"ของโลก แต่จีนกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคำนึงถึงเสถียรภาพ ไม่มีการอัดฉีดเพื่อประชานิยม ภาพการเติบโตจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้บางครั้งอาจจะสะดุดบ้าง แต่อย่างไรก็ดี ส่วนตัวเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนปี 2566นี้ฟื้นตัวได้แน่นอน คาด GDP จีนเติบโต 5%
"จีนยุคนี้ไม่ชอบความฉาบฉวย หันมาเน้น High Standard Manufacturing factor และเน้นคิดค้น Next Generation Technology และไม่ชอบเศรษฐกิจแนวตีโป่ง ความฟุ้งเฟ้อเศรษฐกิจทุนนิยม จากนี้เราจะเห็นจีนลดพึ่งพาโลก ยืนบนขาตัวเองด้านเทคโนโลยี เพิ่มพลังผู้โภค ชนชั้นกลางจีน 400 ล้านคน ดึงให้โลกต้องพึ่งพาจีน"
นอกจากนี้ หากสังเกตุนโยบายต่างประเทศของจีนจะเห็นว่า ถ้าไม่ใช่คู่กรณีที่ขัดแย้งอย่างสหรัฐอเมริกานั้น ประเทศจีนผลักดันความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง หรือแม้แต่ในฝั่งยุโรป อาทิ กลุ่ม BRIC ได้มีการกระชับความสัมพันธ์และร่วมมือเต็มที่ แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือเสถียรภาพทางการทหาร หากเกิดกรณีการลุกล้ำน่านน้ำหรือสถานการณ์ใดๆผ่านทางช่องแคบใต้หวันหรือทะเลจีนใต้อาจจะเกิดเหตุการณ์ทางทหารได้เช่นกัน แต่ย้ำว่าจีนให้ความสำคัญกับคนในอาเซียนและภูมิภาคเอเชีย
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่จีนเปิดประเทศ จะเห็นได้ชัดว่าสายสัมพันธ์ระหว่างไทยจีน หรือจีนกับอาเซียนค่อนข้างดี ผู้หลักผู้ใหญ่ของจีน รวมทั้งนักลงทุนจีนต่างเดินทางเข้ามาในประเทศไทยค่อนข้างมาก อย่างในช่วงเดือนที่ผ่านมา นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้เดินทางมาเยือนไทย เป็นต้น ถือเป็นสายสัมพันธ์ที่ดี จึงมองว่านี่เป็นโอกาสและจังหวะที่ดีในการลงทุน
ถอดสูตรลงทุนจีน
นายนิโคลัส โหย่ว หัวหน้าฝ่ายตราสารทุนจีน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า ตลาดหุ้นจีนตอนนี้ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศจีนเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจจีนที่เริ่มดีขึ้น แม้ดัชนีหุ้นจีนในปัจจุบันอาจจะยังไม่ไปไหน หรือ ให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีนัก ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากเราเลือกลงทุนกองทุนแบบ Passive Fund หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงหากเลือกกองทุนแบบ Active Fund มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนถือเป็นตลาดที่ยังไม่ฟื้นกลับมา และช่วงที่ผ่านมามีแรงเก็งกำไรค่อนข้างเยอะ เช่น หุ้น TECH มีคอนเซ็ปต์ AI รายได้ยังไม่มี แต่ราคาขึ้นแรง ประเด็นคือถ้าเราโดดขึ้นรถไฟเหาะในจังหวะที่ผิดก็อาจจะตายได้ ดังนั้นมองว่าตลาดจีนกว้างมาก มีหลาย Sector และมีสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยค่อนข้างเยอะดังนั้นความไม่มีประสิทธิภาพของตลาดยังมีอยู่ ซึ่งทางการจีนทราบดีว่าคนมองตลาดทุน(Capital Market) เหมือนคาสิโนจึงพยายามเข้ามากำกับดูแลเพื่อให้ตลาดหุ้นจีนเป็นแหล่งระดมทุนที่เติบโตยั่งยืน
อีกทั้งรัฐบาลจีนจำเป็นต้องหาเงินมาดูแลผู้สูงอายุในจีน ซึ่งเงินดังกล่าวจะนำมาจากไหนที่ให้ผลตอบแทนที่เพียงพอสำหรับเป็นเงินเกษียณดูแลผู้สูงอายุได้ ถ้าไม่ใช่มาจาก Capital Market และที่สำคัญตลาดหุ้นจีนจะให้กองทุนบำเหน็จบำนาญ(Pension Fund)ของจีนไปลงทุนตลาดต่างประเทศก็คงไม่ใช่ นั่นหมายความว่าท้ายที่สุดจะทำยังไงก็ได้ให้ตลาดทุนจีนเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว
ในปัจจุบันจีนอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างเพื่อให้ตลาดหุ้นจีนในระยะยาวตอบโจทย์เรื่องการลงทุนเพื่อแผนเกษียณ ดังนั้นถ้ามองการลงทุนในฝั่งทางการจีนถือว่าได้ผลประโยชน์ร่วมกันเพราะจีนอยากให้การลงทุนมีความมั่นใจและมีเสถียรภาพมากขึ้น นี่คือภาพที่มองว่าจะเกิดขึ้นในเร็วนี้ ดังนั้นนี่คือโอกาสและจังหวะที่ใช่ในการเข้าลงทุน
โหนกระแส 5 ธีมลงทุน
สำหรับการลงทุนเน้น 5 ธีมอิงกระแสการเติบโตของเศรษฐกิจจีนและนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ดังนี้คือ 1.ธีม Aspiration กลุ่มการบริโภคในประเทศ จากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของคนจีนนำไปสู่การเติบโตอย่างรวดเร็วของการบริโภคทั้งสินค้าและบริการในระดับพรีเมียม เช่น ภาคการท่องเที่ยว อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล ให้น้ำหนักลงทุนราว 36.6%
2.ธีม Digital ปัจจุบันการเชื่อมต่อดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางการยอมรับด้านเทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย สะท้อนอนาคตที่สดใสของธุรกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์ ธุรกิจคลาวด์ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ และบ้านอัจฉริยะ ให้น้ำหนักลงทุนราว 16.3%
3.ธีม Green พลังงานสะอาด ซึ่งจีนเป็นหนึ่งในผู้นำขับเคลื่อนทั้งการใช้พลังงานหมุนเวียน การผลิตแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคต ให้น้ำหนักลงทุนราว 11.4%
4.ธีม Health เฮลท์แคร์ ด้วยแนวโน้มรายได้คนจีนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้คนมีกำลังซื้อและหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงพยาบาลชั้นนำ ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อดูแลสุขภาพต่างๆ ให้น้ำหนักลงทุนราว 12.2%
และ 5.ธีม Wealth อุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งในจีนเติบโตขึ้น ทั้งการเติบโตเชิงโครงสร้างต่างๆ ที่สำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภค ธุรกิจบริการด้านการลงทุน และธุรกิจประกัน ให้น้ำหนักลงทุนราว 15%
สำหรับตัวอย่างหุ้นที่กองทุนหลักลงทุน ได้แก่ China Tourism Group Duty Free ผู้ให้บริการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีชั้นนำในจีน, Nari Technology บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน เชี่ยวชาญจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่ล้ำสมัย รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์และคลาวด์, หุ้น CATL ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งการตลาดอันดับต้นๆของโลก, หุ้น Shenzhen Mindray ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ที่สุดของจีน มาร์เก็ตแชร์สูงทั้งอเมริกาและยุโรป, หุ้น China Merchants Bank ให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย(ที่มา: abrdn, มีนาคม 2566 การลงทุนในหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมในอนาคต)
ตลาด A-Shares น่าสน?
อย่างไรก็ดี ตลาด A-Shares มองว่าน่าสนใจกว่า H-Share เนื่องจาก Valuation หุ้นจีน A-Share ยังคงอยู่ในระดับต่ำ สวนทางกับผลประกอบการของบริษัทต่างๆในตลาด A-Shares เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจึงมองเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะยาว ส่วนตลาด H-Share ยอมรับว่าในเชิงความน่าสนใจยังมี ถ้าคุณอยากลงทุนหุ้น BABA , Tencent แม้ที่ผ่านมาทางการจีนจะเข้ามาคุมเข้มมองว่าเป็นการจัดระเบียบเท่านั้นเพื่อเกิดประโยชน์ในระยะยาว
แต่ด้วยโครงสร้างของตลาด A-Shares ที่มีสัดส่วนการลงทุนต่างชาติ 10% ดังนั้นความเปราะบางในด้านความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์การเมือง(Geopolitical Risk) ค่อนข้างต่ำกว่า H-Share ดังนั้นถ้าคุณเชื่อในการบริโภคภายในของจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะกลับมา เชื่อในพลังผู้บริโภคของคนจีนแล้วตัดเรื่อง Geopolitical Risk ให้เลือก A-Shares หรือถ้าอยากลงทุนทั้งหมดเน้นลงทุนระยะยาวเลือก China Gateway เป็นต้น
เตรียมขายกองทุน
บลจ.อเบอร์ดีน เตรียมเปิดขายกองทุนเปิด อเบอร์ดีน ไชน่า A Share ซัสเทนเนเบิล เอคควิตี้ ฟันด์ (ABCA) ลงทุนแตกต่างอย่างยั่งยืนในหุ้นจีน A Share ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารทุน Feeder Fund ความเสี่ยงระดับ 6 มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยลงทุนผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน Aberdeen Standard SICAV I China A Share Sustainable Equity Fund (กองทุนหลัก) ที่ได้รับการจัดอันดับกองทุน overall rating 5 ดาวจาก Morningstar (ที่มา: Morningstar Direct, มีนาคม 2566) เปิดขาย IPO ระหว่าง 6-16 มิ.ย.2566
จุดเด่นที่แตกต่างของกองทุนหลัก ประกอบด้วย 1.ESG embedded วิเคราะห์เชิงลึกในทุกกระบวนการลงทุน ตั้งแต่การคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ต ประเมินและให้คะแนน โดยใช้เกณฑ์ ESG ของอเบอร์ดีน รวมกับเกณฑ์มาตรฐานจากแหล่งที่มาอื่น ที่สำคัญอเบอร์ดีนยังเข้าไปมีส่วนร่วม (engage) สนับสนุนให้บริษัทที่ลงทุนมีการพัฒนาด้าน ESG ให้ดียิ่งขึ้น 2. High quality คัดเฉพาะหุ้นคุณภาพเข้าพอร์ต 30-40 ตัว ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ในหุ้นจีนมากว่า 30 ปี
3. Diversified portfolio กระจายลงทุน 5 ธีมหลัก เน้นการบริโภคในประเทศ เทคโนโลยี พลังงานสะอาด การบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง และเฮลท์แคร์ 4. Strong track record: ผลการดำเนินงานโดดเด่นจากการจัดอันดับของ Morningstar อยู่ในอันดับต้นของกลุ่ม (Top-quartile) นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ที่มา: Morningstar, abrdn, ธันวาคม 2565, จัดตั้งกองทุน 16 มีนาคม 2558)
ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างของกองทุนหลัก ส่งผลบวกต่อพอร์ตการลงทุน ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566 มีอัตราตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ติดลบ 22% แสดงให้เห็นกลยุทธ์การเลือกหุ้นของกองทุนหลักที่เน้นหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีหนี้ ขณะที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ในระดับสูงกว่าดัชนีชี้วัด สะท้อนหุ้นในพอร์ตที่เติบโตสูง แต่มีหนี้สินอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด (ที่มา: abrdn, Factset ข้อมูล ณ มีนาคม 2566)







