posttoday
LHFG ยกระดับ Digital Platform หนุนรายย่อยโต เติมพอร์ตสินเชื่อ Higher yield

LHFG ยกระดับ Digital Platform หนุนรายย่อยโต เติมพอร์ตสินเชื่อ Higher yield

02 มีนาคม 2566

แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) เดินกลยุทธ์เติมพอร์ตสินเชื่อกลุ่ม Higher yield ยกระดับ Digital Platform หนุนรายย่อยโต สำหรับปี 2565 กำไรเพิ่ม 14% ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 2.09%

ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องราว 3.7% โดยได้แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวการจ้างงาน และการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทยอยปรับลดลงตามราคาพลังงาน

 

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เช่น การฟื้นตัวของรายได้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจบางกลุ่มที่เปราะบาง การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน 

 

ดังนั้นกลยุทธ์ปี 2566 ของกลุ่มธุรกิจบมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) จากการเปิดเผยของนายฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ ได้ระบุว่า จะเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุนที่ครบวงจร เหมาะสมกับสถานการณ์และจังหวะการลงทุนให้กับลูกค้าผ่าน Digital Platform

 

รวมถึงกลยุทธ์การ Synergy ภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงินและ CTBC บริษัทแม่ของ LHFG เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม รวมทั้งขยายฐานลูกค้าที่ทำธุรกิจต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น (Trade Finance) นอกจากนี้ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อรูปแบบใหม่ ๆ และสินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพแต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

ด้านนางสาวชมภูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) กล่าวว่า จากการ Disruption ในอุตสาหกรรมการให้บริการทางการเงิน ธนาคารมุ่งพัฒนาโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ มาให้บริการทางการเงิน

 

โดยหลักสำคัญในการจัดทำแผนกลยุทธ์ คือ ความยั่งยืน (Sustainability) การเสริมสร้างความสามารถทางดิจิทัล (Digital Enabling) ความยืดหยุ่น (Resilience) และความเสี่ยงที่เหมาะสม

 

สำหรับกลยุทธ์ของธนาคารปี 2566 มุ่งเติบโตในพอร์ตสินเชื่อที่สร้างผลตอบแทนที่ดี หรือ กลุ่ม Higher yield ที่มีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม รวมถึงการ Cross selling ผลิตภัณฑ์ของธนาคาร และการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล (Digital Transformation) ที่เน้นการปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว และด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) 

 

ควบคู่ไปกับการยกระดับ Digital Platform ให้ตอบโจทย์การทำธุรกรรมการเงินและการลงทุนที่ครบวงจร เช่น Investment Application “LH Bank Profita” และ Mobile Banking Application “LHB You” ด้วย Highlight Features ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่สอดรับกับทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย 

 

ทั้งนี้ LHB You จะดีไซน์ไลฟ์สไตล์การเงินส่วนตัวผ่านการค้นหาตัวตนของลูกค้าในรูปแบบของ AVATAR เพื่อสร้าง Profile ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ใช้งานสะดวก ทำธุรกรรมครบแบบ One stop shop ไม่ต้องไปสาขาตอบทุกความต้องการทางการเงินที่สมาร์ทกว่าเดิม และเป็นตัวเองได้มากขึ้น

 

ส่วน นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) กล่าวว่า กลยุทธ์ปี 2566 เน้นขยายฐานลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล ทั้งสถาบันและลูกค้า Ultra High Net Worth

 

โดยลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลจะได้รับคำแนะนำด้าน Tactical Asset Allocation และ Portfolio Strategy จากพันธมิตรที่แข็งแกร่งจากต่างประเทศร่วมกับผู้จัดการกองทุนของ LH Fund ในการบริหารพอร์ตเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบการบริการดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนแก่ลูกค้า

 

ด้านผลการดำเนินงานการบริหารจัดการกองทุนปี 2565 LH Fund มีขนาดกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการนับรวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ประมาณ 55,658 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13 จากปี 2564

 

สำหรับกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 14,223 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 51 ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 6,046 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 4 

 

นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Securities) กล่าวถึงแผนกลยุทธ์ปี 2566 ว่า บริษัทยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า

 

นอกจากนี้ยังมุ่ง        ต่อยอดบริการทางการลงทุนต่อลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ผ่านการใช้ Data Analytics ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์     การลงทุนให้ตอบรับทุกสภาวะของตลาดการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ลูกค้า โดยจะพัฒนาระบบเชื่อมโยงกับ Mobile Banking Application “LHB You” เพื่อเพิ่มช่องทางบริการผ่าน Digital Platform ให้กับลูกค้าให้ได้รับบริการด้านการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจร ตลอดจนเป็นการขยายฐานลูกค้ารายย่อย 

 

ส่วนผลการดำเนินงานปี 2565 บริษัทมีรายได้ค่านายหน้ารวม 186.1 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ตามปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นที่ซบเซาเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปี 2564 ขณะที่มีรายได้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผล รวม 414.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 จากปี 2564 ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 134.6 ล้านบาท 
 

ทั้งนี้นายฉี ชิง-ฟู่ ได้สรุปผลการดำเนินงานปี 2565 ของ LHFG ว่ามีกำไรสุทธิ 1,579 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 14.1 จากปี 2564 ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อเติบโตร้อยละ 23 ซึ่งเติบโตทุก Segments โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าร้อยละ 47 กลุ่มลูกค้า SME เติบโตร้อยละ 35 และกลุ่มลูกค้าไต้หวันเติบโตสูงถึงร้อยละ 95

 

ขณะที่ระดับ NPL อยู่ในระดับต่ำ ที่ร้อยละ 2.09 ลดลงจากปีที่แล้วที่ร้อยละ 2.44 ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ NPL Coverage อยู่ที่ร้อยละ 221 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน