
KR-ECI สะท้อนครัวเรือนไทยห่วงสินค้าแพง แม้อัตราเงินเฟ้อชะลอ
ผลจากน้ำท่วมในช่วงก่อนนี้ทำให้จาการสำรวจของ KR-ECI พบว่าครัวเรือนไทยยังห่วงราคาสินค้าปรับขึ้น รายได้ และการจ้างงานอยู่ แม้เงินเฟ้อจะชอละลงแล้ว
ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR Household Economic Condition Index หรือ KR-ECI) ในเดือนตุลาคม ยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัวอยู่ที่ 33.8 จาก 33.9 ในเดือนกันยายน 2565
แม้เงินเฟ้อได้ปรับขึ้นในอัตราที่ชะลอลง แต่ความกังวลของครัวเรือนเกี่ยวกับระดับราคาสินค้ายังคงอยู่ รวมทั้งด้วยผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างจากเดือนก่อนยังสร้างความกังวลเกี่ยวกับรายได้และการจ้างงาน
ส่วน KR-ECI ใน 3 เดือนข้างหน้าปรับดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 35.7 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากมุมมองที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการจ้างงาน หลังภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับดัชนี KR-ECI นั้น จัดทำขึ้นโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย เพื่อให้เป็นเครื่องชี้ที่สะท้อนความรู้สึกของครัวเรือนที่มีต่อภาวะการครองชีพทั้งในปัจจุบัน และในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยค่าดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 หมายถึง ครัวเรือนส่วนใหญ่มองว่า ภาวะการครองชีพ “ดีขึ้น” ในทางตรงกันข้าม ค่าดัชนีต่ำกว่าระดับ 50 หมายถึงภาวะการครองชีพ “แย่ลง”
ทั้งนี้พบว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ครัวเรือนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับระดับราคาสินค้า แม้ดัชนีเงินเฟ้อเดือนต.ค. ได้แผ่วลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ 5.98% ก็ตาม
ราคาสินค้าในหมวดหมู่ผลไม้และผักสดยังคงปรับตัวสูง จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในช่วงที่ผ่านมาที่ได้ทำลายพื้นที่ทางการเกษตรส่งผลให้ผลผลิตการเกษตรลดลง โดยเดือนก.ย. มีดัชนีผลผลิตทางการเกษตรลดลงที่ระดับ -0.62%YoY เช่น หอมแดง ไข่ไก่ เป็นต้น
ขณะที่ระดับสินค้าในหมวดหมู่พลังงานได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลยังถูกตรึงอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร 5 เดือนติดต่อกัน
นอกจากนี้ครัวเรือนไทยยังมีความกังวลเกี่ยวกับรายได้การจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินทางการเกษตรของครัวเรือน
อีกทั้ง มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐอย่างโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ได้สิ้นสุดลงเมื่อ 31 ต.ค. 65 โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 24 ล้านคน และมีมูลค่าการใช้จ่ายภายใต้โครงการกว่า 37 ล้านบาท
ขณะที่ดัชนี KR-ECI ใน 3 เดือนข้างหน้าปรับดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 35.7 จาก 35.2 ในเดือนก.ย. จากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายและการออกมาตรการบรรเทาความเสียหายจากภาครัฐ เช่น มาตรการพักชำระหนี้ มาตรการลดหย่อนภาษี เป็นต้น ตลอดจนการตรึงราคาพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของครัวเรือน
นอกจากนี้ครัวเรือนได้มีความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี อีกทั้ง ในช่วงปลายปีซึ่งถือได้ว่าเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ภาคท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปีนี้ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังไทยราว 10 ล้านคน (ณ เดือนต.ค. 65 มีจำนวน 7.3 ล้านคน)
อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้าครัวเรือนไทยยังกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเงินออมซึ่งคาดว่าอาจมาจากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นมากกว่ารายได้ต่อเดือนของครัวเรือนจึงอาจต้องมีการนำเงินออมออกมาใช้มากขึ้น
ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนจะได้รับปัจจัยหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นช่วยหนุนจากการจ้างงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐทั้งส่วนที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ เช่น การตรึงค่าไฟฟ้า การลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย
แต่ยังคงเผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (ในเดือนพ.ย.65 คาดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.25%) อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือนจากการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านเงินกู้ที่อาจมีแนวโน้มยืดหยุ่นต่อกลุ่มลูกค้ารายย่อยน้อยลง
นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนจากผู้ผลิตมาสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ผลกระทบที่ครัวเรือนได้รับจากสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งอาจกระทบต่อค่าใช้จ่าย รายได้และการจ้างงาน รวมถึงเงินออมในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ คงต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาครัฐซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในเดือนพ.ย. นี้ เช่น มาตรการลดหย่อนทางภาษี มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและท่องเที่ยว เป็นต้น







