posttoday
FETCO เผยนักลงทุนเชื่อมั่นขึ้น เห็นแววท่องเที่ยวฟื้น แต่ยังจับตา FED

FETCO เผยนักลงทุนเชื่อมั่นขึ้น เห็นแววท่องเที่ยวฟื้น แต่ยังจับตา FED

09 พฤศจิกายน 2565

FETCO แจงดัชนี ICI ดีขึ้นอยู่ระดับทรงตัว ด้วยความมั่นใจของทั้งนักลงทุนทุกกลุ่ม จากเห็นแววการท่องเที่ยวฟื้นแต่ยังห่วง FED ปรับขึ้น เงินยังไหลเข้าตลาดไทยต่อจากทิศทางมอง ASEAN เป็น safe haven

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยผลสำรวจในเดือนตุลาคม 2565 พบว่า FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 108.86 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 60.5% จากเดือนก่อนหน้าขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” หรือช่วงค่าดัชนี 80-119 จากการเปิดเผยของ.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ในฐานะประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย 

 


ทั้งนี้ด้วยนักลงทุนมองว่าการฟื้นต้วของภาคท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือความคาดหวังต่อการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ความไม่แน่นอนต่อนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED สถานการณ์เงินเฟ้อ และสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ต่างเป็นปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน 

 

โดยพบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และ กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ปรับขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับขึ้นมาอยู่ในระดับ “ร้อนแรง” 

FETCO เผยนักลงทุนเชื่อมั่นขึ้น เห็นแววท่องเที่ยวฟื้น แต่ยังจับตา FED

 

 

นายกอบศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผลสำรวจ ณ เดือนตุลาคม 2565 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มปรับเพิ่มขึ้นโดย นักลงทุนบุคคลปรับเพิ่ม 46.7% อยู่ที่ระดับ 113.43 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้น 11.1% อยู่ที่ระดับ 111.11 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 14.7% อยู่ที่ระดับ 130.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับเพิ่ม 150.0% อยู่ที่ระดับ 100.00

 

"ส่วนใหญ่นักลงทุนชอบหุ้นแบงก์ ท่องเที่ยว และอาหาร แต่ไม่ชอบกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์" 

 

นอกจากนี้ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ความคาดหวังว่า FEDจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับสูงขึ้นกว่าคาด  รวมถึงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มธนาคารซึ่งออกมาดีตามความคาดหมาย 

 

โดย SET Index ณ สิ้นเดือนตุลาคมปิดที่ 1,608.76 จุด  ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในเดือนตุลาคม  2565 กว่า 7,467 ล้านบาท โดยตลอดทั้งปี 2565 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิเป็นมูลค่า 153,932 ล้านบาท

 

"SET ยังไปได้ดีและมีเงินทุนไหลเข้าไทยอยู่ เพราะนักลงทุนมองว่า ASEAN เป็น safe haven"
 

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามได้แก่ ความชัดเจนของนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางในหลายประเทศต้องออกมาตรการแทรกแซงค่าเงิน โดยเฉพาะธนาคารกลางอังกฤษและญี่ปุ่น  

 

รวมถึงแนวโน้มการถดถอยของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในกลุ่ม emerging market  เช่นเดียวกับที่สถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่ยังคงชะลอตัวจากนโยบาย Zero Covid และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย—ยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ 


"เชื่อว่า FED ยังขึ้นดอกเบี้ยไปอีกระยะ ตอนนี้ผ่านมาเพียงครึ่งทางเท่านั้น จนกว่าเงินเฟ้อจะแตะ 2% แต่ตอนนี้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และเริ่มทยอยลงมาอย่างช้า ๆ แต่กว่าจะลงจาก 8% ไปถึงเป้าหมายยังอีกไกล"

 

ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การชะลอตัวของภาคการส่งออก แนวโน้มการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศจีนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในไทย สถานการณ์เงินบาทอ่อนค่าและเงินสำรองต่างประเทศของไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลจากการที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

 

โดยมีปัจจัยหนุนที่น่าติดตามจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศจากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงานและการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ

 

ทั้งนี้นายกอบศักดิ์ยังฝากเตือนนักลงทุนเพิ่มเติมอีกว่า "แม้ตอนนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยดูดี แต่เมื่อเข้าปีหน้าที่เศรษกิจโลกและกลุ่ม emerging market เช่น เอกวาดอร์ เอธิโอเปีย เข้าสู่ช่วงคับขัน เราอาจได้รับผลกระทบไปด้วยจึงต้องเตรียมตัวรับมือเผื่อไม่ให้เป็นรายต่อไปที่มีปัญหา" 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน