เชฟ โรเลต อาวิโอ CNG คิดแค่ประหยัดก็พอ
เชฟ โรเลต ชื่อรถยนต์ยี่ห้อนี้คงจะคุ้นหูบรรดาแฟนๆ รถยนต์คนไทยเป็นอย่างดี
เชฟ โรเลต ชื่อรถยนต์ยี่ห้อนี้คงจะคุ้นหูบรรดาแฟนๆ รถยนต์คนไทยเป็นอย่างดี
โดย..นิธิ ท้วมประถม
และยิ่งในช่วงนี้ชื่อของเชฟโรเลตยิ่งน่าจะคุ้นหูมากขึ้น เพราะเจ้ารถยนต์เชฟโรเลตนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่อย่าง Transformers ที่กำลังกวาดรายได้อย่างถล่มทลายในบ้านเรา
ที่สำคัญ ยังทำให้รถยนต์สปอร์ตอย่างเชฟโรเลต คาเมโร คันสีเหลืองสุดเท่ ที่เป็นทั้งพาหนะและหุ่นยนต์คู่ใจพระเอกของเรานั้นมียอดขายกลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาดรถสปอร์ตของอเมริกาไปเสียแล้ว
แต่น่าเสียใจที่เมืองไทยทางเชฟโรเลต ประเทศไทย ไม่มีแผนที่จะนำเข้ารถยนต์รุ่นดังกล่าวเข้ามาทำตลาด แฟนๆ รถยนต์เมืองไทยก็คงได้แต่มองผ่านจากภาพยนตร์ไปก่อนแล้วกัน
กลับออกจากโรงภาพยนตร์ หันมาสู่ความจริงของเมืองไทยหน่อยดีกว่าว่าเป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่าเชฟโรเลตนั้นคือค่ายรถยนต์ที่มีความมุ่งมั่นในเรื่องของการพัฒนารถยนต์สำหรับพลังงานทดแทนมากที่สุดค่ายหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว เป็นค่ายรถยนต์ค่ายแรกๆ ที่มีนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทนอย่างน้ำมัน E85 อย่างเต็มตัว
ทั้งๆ ที่นโยบายของภาครัฐเองไม่ได้ให้การสนับสนุนการใช้น้ำมัน E85 มากเท่าที่ควร เพราะในขณะนี้เรามีสถานีบริการน้ำมัน E85 อยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่เชฟโรเลตก็ยังมุ่งมั่นที่จะเดินไปตามนโยบายเรื่องพลังงานทดแทน โดยล่าสุดได้เปิดตัวเชฟโรเลต แคปติวาใหม่ ที่สามารถใช้น้ำมัน E85 ได้ด้วย ซื่งถือเป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (SUV) รุ่นแรกที่เติมน้ำมัน E85 ได้
ก็ต้องขอปรบมือให้กับความมุ่งมั่นในเรื่องนี้
ส่วนรถยนต์ที่ผมนำมาบอกเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบในสัปดาห์นี้ ยังไม่ใช่เชฟโรเลต แคปติวาใหม่นะครับ แต่เป็นเชฟโรเลต อาวิโอ CNG รถเล็กของเชฟโรเลตที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับเชฟโรเลต ออพตร้า CNG มาแล้ว
ซึ่งรุ่นที่ผมได้ลองนั้นเป็นรุ่น 1.6 LSX AT CNG หรือเป็นรุ่นท็อปของอาวิโอ CNG ครับ และยังมีอีกรุ่นที่เป็น CNG คือ รุ่น LS ครับ ความแตกต่างของทั้งสองรุ่นนี้คือออปชันภายใน โดยเจ้ารุ่น LSX นั้นเครื่องเสียงมีบลูทูธด้วย ให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงมีแอร์แบ็กด้านคนขับด้วย ในขณะที่รุ่น LS ธรรมดา ไม่มีอุปกรณ์เสริมทั้งสองอย่าง
เชฟโรเลต อาวิโอ CNG นั้น เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่สุดของเชฟโรเลต ซึ่งโดยปกติแล้วมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เบนซิน 1.4 ลิตร และ 1.6 ลิตร ซึ่งรุ่นที่ติดตั้ง CNG มีแต่รุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรเท่านั้นครับ ส่วนเครื่องยนต์ 1.4 ลิตรนั้นเล็กเกินไปหน่อย
รูปร่างหน้าตาของเชฟโรเลต อาวิโอ CNG นั้น ไม่แตกต่างไปจากอาวิโอรุ่นปกติครับ จะมีก็แต่ด้านหลังที่มีตัวอักษร CNG ติดไว้ที่บั้นท้าย เพื่อที่คนอื่นจะได้รู้ว่าเราติด CNG นะจ๊ะ ลิตรละแค่ 8.50 บาทเท่านั้น
ผมก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของเชฟโรเลต อาวิโอ CNG ที่เหมือกับ อาวิโอ รุ่นปกติ ที่เน้นความเรียบง่าย ไม่หวือหวาอะไรมากนัก
พวงมาลัยหุ้มหนังธรรมดา ไม่มีปุ่มปรับอะไรทั้งสิ้น นอกจากแตร ถ้าอยากปรับเครื่องเสียงก็เอื้อมไปปรับเอาเอง
คอนโซลกลางแบบเรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวา วิทยุเทป CD เล่น MP3 ได้ พร้อมช่อง Aux ให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ MP3 ได้ แต่ไม่มีช่องสำหรับเสียบ USB และช่องต่อ iPod หรือ iPhone ครับ
มองไปที่คอนโซลกลาง เห็นแป้นสำหรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงจากน้ำมันมาเป็น CNG ซึ่งแป้นนี้จะอยู่ติดกับแป้นหมุนปรับอุณหภูมิรถยนต์ครับ
อยากใช้ CNG ก็กดปุ่มตรงกลางแป้นให้ไฟแอลอีดีสีส้มติด ก็แปลว่ากำลังใช้ก๊าซอยู่ ซึ่งแป้นนี้จะมีไฟแสดงปริมาณก๊าซในถังว่ามีมากน้อยเท่าไหร่ด้วย
สตาร์ตรถแล้ว เหลือบตามองไปที่แป้นบอกว่าใช้เชื้อเพลิงอะไร ก็เห็นว่าไฟไม่ติด นั่นหมายถึงว่าระบบถูกเซตมาให้ใช้ระบบสตาร์ตด้วยน้ำมัน
ซึ่งถูกต้องแล้วครับ รถยนต์ที่ใช้ CNG นั้น เวลาเริ่มใช้งานต้องเริ่มจากน้ำมันก่อน แล้ววิ่งไปสักระยะหนึ่ง หรือสักประมาณ 10 นาที ค่อยปรับระบบเชื้อเพลิงให้เป็น CNG เพื่อให้เครื่องยนต์ค่อยๆ อุ่นเครื่องก่อน
รวมไปถึงก่อนจอดและดับเครื่องด้วย ควรจะต้องปรับมาใช้ระบบเชื้อเพลิงน้ำมันก่อนดับเครื่องยนต์สัก 10 นาทีเหมือนกัน
ผมลองขับเจ้าเชฟโรเลต อาวิโอ CNG ด้วยน้ำมันไปได้เกือบๆ 10 นาที ก็ปรับระบบให้เปลี่ยนมาใช้ก๊าซ CNG ซึ่งต้องยอมรับว่ากล่อง ECU แบบ 16 บิต และระบบหัวฉีดของบอชนั้นทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะไม่มีอาการกระตุก หรือเครื่องยนต์สะอึกให้ด้รู้เลยว่าตอนนี้เปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็น CNG แล้ว
แต่จะว่าไป เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ของอาวิโอ CNG ตัวนี้ ต้องยอมรับว่าไม่ได้มีความเด่นในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์เท่าใดนัก เพราะให้แรงม้าแค่ 102 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 145 นิวตันเมตร
ทำให้อัตราเร่งค่อนข้างจะตื้อไม่น้อยหากใครต้องการรถยนต์ที่ปรู้ดปร้าด มองข้ามไปได้เลย แต่หากเป็นการใช้งานแบบเรื่อยๆ ออกตัวไม่หวือหวา แต่ก็ไม่ได้ช้าอะไรมากมาย ก็ถือว่าโอเค
ทำให้เมื่อเวลาเปลี่ยนมาใช้ CNG ก็เลยไม่ค่อยเห็นถึงความแตกต่างอะไรในส่วนของอัตราเร่งเท่าไหร่ เพราะหนืดๆ เหมือนเดิม
ต้องบอกว่ารถคันนี้เร่งไม่สนุก ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าด้วยน้ำหนักถัง CNG กว่า 70 กิโลกรัม ซึ่งซ่อนอยู่ที่เก็บสัมภาระด้านหลังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น เป็นภาระหนักสำหรับเครื่องยนต์ที่ต้องแบกน้ำหนักถังและตัวรถแล้วรวมๆ เกือบ 1 ตัน ไปไหนมาไหนก็เหนื่อยแล้ว
อัตราเร่งแม้ว่าจะเร่งไม่ได้ดั่งใจมากนัก แต่ใช่ว่าจะไม่น่าใช้นะครับ เพราะหากเรารู้จักนิสัยของเครื่องตัวนี้ รู้ว่าเรียกแรงม้ามาใช้ในเวลาอันสั้นไม่ได้ เราก็ต้องปรับลักษณะการขับเราใหม่ เวลาเร่งแซงก็ต้องมีพื้นที่มากหน่อย อย่าให้กระชั้นชิดมากนัก
แต่หากเร่งเครื่องไปเรื่อยๆ เจ้านี่สามารถพาคุณไปได้ด้วยความเร็ว 160 กม./ชม. ได้เลยครับ แถมเป็นการขับด้วย CNG ด้วยครับ ผมอัดไม่ยั้งเหมือนกัน แปลว่าความเร็วสูงทำได้สบาย
ส่วนความเร็วที่อยากแนะนำก็อยู่ที่ระดับ 120-130 กม./ชม. ก็พอครับ เหลืออัตราเร่งไว้เร่งแซงบ้างน่าจะดี
ด้านการทรงตัวไม่มีให้ค้างคาใจ นอกจาก “ยกนิ้ว” ให้กับความหนึบของช่วงล่าง การควบคุมของพวงมาลัยก็แม่นยำไม่น้อย ช่วงล่างถูกเซตมาให้สัมพันธ์กับน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นจากถัง CNG ทำให้การทรงตัวของรถในขณะที่ใช้ความเร็วสูงทั้งในทางตรงและทางโค้งอยู่ในเกณฑ์ที่ไว้ใจได้ดีมากทีเดียว
เป็นรถเล็กที่วิ่งด้วยความเร็วสูงได้อย่างสบายใจ แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุง คือ เสียงรบกวนที่เข้ามาในห้องโดยสารนั้นค่อนข้างจะมากเมื่อความเร็วเกินกว่า 120 กม./ชม.
เติม NGV เต็มถัง วิ่งได้ไม่เกิน 150 กม. ถ้าขับเร็วหน่อยก็ 130 กม.หมดแล้ว ใช้ NGV ต้องทำใจครับ หมดเร็ว หาปั๊มยาก แต่เวลาจ่ายค่าก๊าซแล้วยิ้มออกหน่อย เพราะแค่ 200 กว่าบาทก็เต็มถังแล้ว
แถมหัวเติม CNG ของอาวิโอนั้นติดตั้งอยู่ที่เดียวกับถังน้ำมัน ทำให้ดูดีกว่าการเติมแบบเปิดฝากระโปรงหน้า หรือถ้าหาปั๊ม CNG ไม่ได้ ก็เติม E20 ไปเลยครับ ใช้ได้เหมือนกัน
ถามว่าน่าใช้หรือเปล่า บอกได้เลยว่าถ้าต้องการประหยัดอย่างเดียว ไม่เน้นขับสนุก เร่งแซงบ่อยๆ ก็น่าสนไม่น้อยกับค่าตัวที่ 6.69 แสนบาท รุ่น LS และ 7.09 แสนบาทในรุ่น LSX ซึ่งแพงกว่าอาวิโอเครื่องเบนซินธรรมดานิดหน่อยที่ตั้งราคาไว้ที่ 6.39 แสนบาท
รักประหยัด ไม่สนขับสนุก กับค่าตัว 7 แสนบวกลบ เลือกได้เลยครับ...


