
ประชานิยมดันก้นดอกเบี้ยเงินฝาก
แบงก์รัฐดูดเงินสนองนโยบายธนาคารพาณิชย์ต้องกัดฟันสู้
แบงก์รัฐดูดเงินสนองนโยบายธนาคารพาณิชย์ต้องกัดฟันสู้
ธนาคารพาณิชย์หวั่นนโยบายประชานิยมจะกระตุ้นให้เกิดสงครามดอกเบี้ยเงินฝากหนัก หลังธนาคารรัฐเร่งระดมเงินรองรับโครงการรัฐบาลใหม่
นายยุทธชัย เตยะราชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์เริ่มมีความกังวลว่าการระดมเงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเพื่อรองรับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล จะส่งผลให้การแข่งขันราคาดอกเบี้ยเงินฝากในตลาดที่รุนแรงอยู่ในปัจจุบันให้รุนแรงหนักขึ้นไปอีก
นายยุทธชัย กล่าวว่า ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากก็แข่งขันกันหนัก และถือว่าสูงกว่าปกติอยู่แล้ว เพราะแนวโน้มสินเชื่อที่เติบโตได้ดี และการระดมเงินเพื่อรองรับผลกระทบจาก พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก ที่จะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ส.ค.นี้
“ปัจจุบันแบงก์พาณิชย์ขนาดใหญ่เริ่มถูกดูดเงินฝากจากแบงก์รัฐที่ใช้แคมเปญดอกเบี้ยสูงเข้าสู้ ทำให้การแข่งขันรุนแรง ดังนั้นธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กจึงเติบโตลำบาก เพราะรัฐบาลจะต้องใช้แบงก์รัฐเป็นกลไกปล่อยสินเชื่อในนโยบายต่างๆ เรื่องเงินฝากในปีนี้จึงมีผลกระทบรอบด้าน ทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก และการแข่งขันด้านราคา” นายยุทธชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าธนาคารยูโอบีคงจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากหาก พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก มีผลบังคับใช้ ธนาคารยูโอบีจะมีความได้เปรียบด้านความน่าเชื่อถือจากขนาดสินทรัพย์และสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ของไทย นอกจากนี้ธนาคารยังมีหนี้เสียที่ต่ำกว่าตลาด จึงเชื่อว่าเงินฝากของธนาคารในปีนี้จะเติบโตได้มากกว่า 10% หลังจากที่ในครึ่งปีแรกเติบโต 5-6%
สำหรับแผนการขยายสินเชื่อรายย่อยในปีนี้ ธนาคารจะขยายฐานลูกค้าออกไปยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ให้มากขึ้น เพราะคาดว่านโยบายประชานิยมของรัฐบาลทั้งชุดเก่าและชุดใหม่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาจากยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีการเติบโตขึ้น 10% มาอยู่ที่เดือนละ 2,000 ล้านบาท
นายเต ฮาน ชอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกสินเชื่อธุรกิจรายย่อยของธนาคารมีการเติบโตไปแล้ว 6-7% มีฐานสินเชื่ออยู่ที่ 7.1 หมื่นล้านบาท และภายในสิ้นปีจะเติบโตได้ 15-18% เป็น 7.7 หมื่นล้านบาท โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งมีสัดส่วน 80% ของฐานสินเชื่อรายย่อย มีการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกถึง 12% และคาดว่าทั้งปีจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15%
อย่างไรก็ดี คาดว่านโยบายบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี จะทำให้ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังชะลอ แต่จะไม่กระทบต่อฐานลูกค้าของธนาคารที่เน้นกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่ซื้อบ้านราคาตั้งแต่ 23 ล้านบาทขึ้นไป
นายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า การออกแคมเปญเงินฝากดอกเบี้ยสูงของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลังจะยังมีต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในช่วง 1–2 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ถูกดูดเงินฝากออกไปจำนวนมาก หลังจากธนาคารภาครัฐปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาแข่งขัน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสู้เพื่อรักษาฐานลูกค้า จนทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับสูงจนผิดปกติไปแล้ว







