
‘บ้านปู’ยืนยันยอดขายร่วงรายได้เข้าเป้า
“ชนินท์” ยืนยันยอดขายบ้านปูปีนี้ลดตามการผลิต เพราะฝนตกชุกที่อินโดนีเซีย แต่รายได้ยังตามเป้าหมาย
“ชนินท์” ยืนยันยอดขายบ้านปูปีนี้ลดตามการผลิต เพราะฝนตกชุกที่อินโดนีเซีย แต่รายได้ยังตามเป้าหมาย
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดยอดขายและผลิตถ่านหินปีนี้ลงเหลือประมาณ 41 ล้านตัน จากเป้าเดิมที่ 42 ล้านตัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกชุกในประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้การส่งมอบถ่านหินให้ลูกค้าล่าช้าออกไป
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่ารายได้ในปีนี้ยังคงเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท เพราะได้รับการชดเชยปริมาณการผลิตจากเหมืองถ่านหินในออสเตรเลีย และราคาขายถ่านหินในอินโดนีเซียที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะมากกว่า 90 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาขายถ่านหินในตลาดโลกยังคงมีทิศทางขาขึ้น ซึ่งล่าสุดราคาขายในช่วงไตรมาส 3 สูงขึ้นมาอยู่ที่ 122.2 เหรียญสหรัฐต่อตัน
“เป้าหมายยอดการผลิตและขายถ่านหินในปีนี้ลดลง 3-5 แสนตัน จากเป้าหมายการผลิตเดิมที่ 42 ล้านตัน เนื่องจากปัญหาฝนตกต่อเนื่องระยะยาวในประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้กำลังการผลิตจากประเทศอินโดนีเซียลดลง ขณะเดียวกันคาดว่าในไตรมาส 2/2554 ยอดขายจะต่ำกว่าเป้าที่ 6.2 ล้านตันด้วย ส่วนราคาขายถ่านหินในปีนี้คงมากกว่า 90 เหรียญสหรัฐต่อตัน แม้ว่าในช่วงนี้ราคาขายจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ราคาขายล่วงหน้าในไตรมาส 3-4 ยังคงเกินกว่าระดับ 120 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามดัชนี BJI และทำให้ทั้งปีบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ 9 หมื่นล้านบาท” นายชนินท์ กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากนโยบายลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ไม่มาก เนื่องจากบริษัทมีกิจการที่อยู่ในประเทศไทยน้อย แต่เชื่อว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ เพราะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่ปัจจุบันจัดเก็บภาษีนิติบุคคลต่ำกว่าประเทศไทย







