posttoday
ขึ้นเงินเดือนป.ตรีต้องมี1.2หมื่นล้าน

ขึ้นเงินเดือนป.ตรีต้องมี1.2หมื่นล้าน

08 กรกฎาคม 2554

คลังหวั่นโครงสร้างเงินเดือนพังโฆสิตวอนให้เวลาเอกชนปรับตัว

คลังหวั่นโครงสร้างเงินเดือนพังโฆสิตวอนให้เวลาเอกชนปรับตัว

คลังดีดลูกคิดขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ป.ตรี ใช้เงิน 1.2 หมื่นล้านบาท หวั่นทำโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการป่วนทั้งระบบ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบเงินเดือนข้าราชการระดับปริญาตรี และได้รับเงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท พบว่าหากต้องขึ้นเงินเดือนเป็นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย (พท.) จะต้องใช้เงินงบประมาณเพิ่มเดือนละ 1,000 ล้านบาท ทั้งปีต้องใช้เงิน 1.2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางได้ทำข้อสังเกตว่า นโยบายปรับขึ้นเงินเดือนของพรรค พท. จะทำให้เกิดปัญหาโครงสร้างเงินเดือนในระบบราชการไม่เป็นธรรม และจะต้องมีการปรับขึ้นเงินเดือนทั้งโครงสร้าง ซึ่งจะส่งผลให้มีภาระงบประมาณที่สูงมาก

“หากให้เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท เฉพาะข้าราชการปริญญาตรีที่เข้าใหม่ ก็จะเกิดปัญหากับข้าราชการปริญญาตรีที่ทำงานอยู่ก่อนหน้าที่ได้เงินเริ่มต้นประมาณ 1 หมื่นบาท ก็จะเกิดปัญหาความไม่ยุติธรรม เพราะหากไม่ปรับให้ปริญญาตรีที่ทำงานอยู่ก่อน ข้าราชการดังกล่าวต้องทำงานอีกอย่างน้อย 6-8 ปี ถึงจะได้เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท” แหล่งข่าวเปิดเผย

นอกจากนี้ ในส่วนโครงสร้างของข้าราชการปริญญาโท ที่ปัจจุบันเงินเดือนเริ่มต้นที่เดือนละ 1.3 หมื่นบาท ก็จะได้รับต่ำกว่าเงินเดือนของปริญญาตรีเข้าใหม่ ดังนั้นหากจะมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ก็ต้องปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า การปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ในส่วนของรัฐวิสาหกิจจะมีปัญหามาก เพราะแต่ละแห่งมีสหภาพแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะออกมาเรียกร้องให้ปรับขึ้นเงินเดือนทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะปริญญาตรีเพียงอย่างเดียว

ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เริ่มศึกษาผลกระทบการปรับขึ้นเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท และการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท ว่าจะส่งผลกระทบกับอัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน

นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การประกาศขึ้นค่าจ้างจะเป็นภาระให้ผู้ประกอบการที่กำลังปรับตัวอยู่แล้วปรับตัวได้ยากมากขึ้น เพราะต้องเผชิญกับภาวะแข่งขันสูง จึงต้องหาช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว

อย่างไรก็ดี นายโฆสิตเชื่อว่าเศรษฐกิจจะขับเคลื่อนต่อไปได้ และมีอัตราการขยายตัวได้ 4% ของจีดีพี ส่วนเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่น่าห่วง แต่เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะดูแลได้ และคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 3.5% ก่อนถึงสิ้นปีนี้

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย