
บลจ.รับมือไหวโปรตุเกส
เงินพอคืนหนี้กองทุนครบต.ค. กลต.ยันเงินออกไปลงทุนน้อย
เงินพอคืนหนี้กองทุนครบต.ค. กลต.ยันเงินออกไปลงทุนน้อย
ก.ล.ต.เผยโปรตุเกสถูกหั่นเครดิตลงสู่ขยะ กระทบกองทุนรวมลงทุนโปรตุเกสไม่มาก “แอสเซท พลัส-ฟินันซ่า” มั่นใจมีเงินคืนหนี้กองทุนใกล้ครบอายุ ต.ค.
นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับธุรกิจจัดการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สถาบันจัดอันดับมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ปรับลดความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสลงรวดเดียว 4 ขั้นสู่ระดับขยะ ไม่กระทบต่อกองทุนรวมทั้งระบบมากนัก เนื่องจากมีกองทุนที่ไปลงทุนไม่มากและส่วนใหญ่จะครบอายุการลงทุนในเดือน ต.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม แต่การปรับลดเครดิตของโปรตุเกสอาจทำให้กองทุนจะต้องลดสัดส่วนการลงทุน เพราะเกณฑ์กำหนดให้ลงทุนในตราสารหนี้ประเภทจังก์ หรือขยะ ได้ไม่เกิน 15% ของพอร์ตลงทุน ซึ่งกองทุนที่ออกไปลงทุนจะเป็นกองทุนเทอมฟันด์ที่ลงทุนอยู่เต็มพอร์ต
“ตามขั้นตอน บลจ.จะต้องขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน เพื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะให้ถือตราสารหนี้จนครบอายุ หรือขายตราสารที่ถือออก และแจ้งกลับ ก.ล.ต. ภายใน 30 วัน” นางจารุพรรณ กล่าว
ทั้งนี้ มี 2 บลจ. ที่มีการลงทุนในกองทุนโปรตุเกสคือ ฟินันซ่าและแอสเซท พลัส
นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟินันซ่า ซึ่งเป็น บลจ.รายแรกที่ออกไปลงทุนพันธบัตรโปรตุเกส กล่าวว่า บริษัทคงเหลือกองทุนที่ไปลงทุนในพันธบัตรโปรตุเกสไม่มาก และกองสุดท้ายจะครบอายุในเดือน ม.ค. 2555
“ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อกองทุน เนื่องจากการถูกลดเครดิตของโปรตุเกสยังไม่ได้ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ ยังสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ตามปกติ”
บริษัทมั่นใจว่าโปรตุเกสมีความสามารถชำระหนี้ได้ถึงปี 2559 เพราะเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และอีซีบีที่ให้วงเงินกู้ 7.8 หมื่นล้านยูโร ยังไม่ได้นำไปใช้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นบริษัทได้ชี้แจงผู้ลงทุนให้ทราบแล้ว ซึ่งการที่กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนปิดและกำหนดอายุการลงทุน จึงไม่ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนตื่นตกใจและขายหน่วยลงทุนออก
ด้านนายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า บริษัทมีกองทุนตราสารหนี้โปรตุเกส 3 กอง ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยครบอายุในเดือน ก.ค.นี้ และกองสุดท้ายเดือน ต.ค. มั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากการปรับลดเครดิตเป็นความกังวลของมูดี้ส์ที่มองว่าจะเป็นเหมือนกรีซ แต่โปรตุเกสยังมีความสามารถคืนหนี้จากวงเงินที่ได้รับความช่วยเหลือซึ่งคืนหนี้ได้ถึงปี 2556
สำหรับการปรับลดสัดส่วนการลงทุนยังต้องหารือกับ ก.ล.ต. เนื่องจากว่าจะต้องดูไส้ในของตราสารหนี้ หรือพันธบัตรที่ลงทุนว่ามีเครดิตอยู่ระดับใดก่อน







