
ประมงเด้งรับ กม.สหรัฐสกัดใช้แรงงานเด็ก
ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สดใสของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการเกษตรทั้งหมด เพราะผ่านครึ่งปีแรกมา
ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สดใสของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการเกษตรทั้งหมด เพราะผ่านครึ่งปีแรกมา
ตัวเลขการค้าโดยรวมโตพรวด 7% ทั้งที่ตอนต้นปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังตั้งเป้าหมายไว้แค่ไม่เกิน 4%
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องแรงงานยังคงเป็นตัวบั่นทอนการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะปัญหาการใช้แรงงานเด็กในกลุ่มอุตสาหกรรมประมง อาหารทะเลแปรรูป ถือเป็นปัญหาที่ไทยถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะจากการสำรวจโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา พบว่าสินค้าไทยโดยเฉพาะกุ้ง อยู่ในบัญชีสินค้าที่ผลิตจากแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ เนื่องจากพบแรงงานเด็กในโรงงานแกะกุ้งขนาดเล็ก ซึ่งในฐานะประเทศที่ส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปสู่ตลาดโลก ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยอย่างมาก
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2553 (Trafficking in Persons Report : TIP Report) ประเทศไทย ตามสถานะในบัญชีรายชื่อประเทศที่ถูกจับตามอง : Tier 2 Watch List (อันดับ Tier 1 เป็นสถานะที่ดีที่สุด และ Tier 3 เป็นสถานะที่เลวร้ายที่สุด) โดยกล่าวอ้างถึงกรณีแรงงานต่างด้าวที่ถูกบังคับให้ทำงานในสาขาประมง อุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสิ่งทอระดับล่าง หากไทยถูกจัดสถานะอยู่ใน Tier 2 Watch List ติดต่อกัน 2 ปี ก็จะถูกปรับเป็น Tier 3 โดยอัตโนมัติ อาจส่งผลให้สหรัฐตัดความช่วยเหลือระหว่างประเทศได้
อีกทั้งในปี 2555 กฎหมายด้านแรงงานของสหรัฐฉบับใหม่ในบางรัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้ และอาจกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐได้ เพราะผู้ผลิตสินค้าส่งไปขายยังจะต้องเปิดเผยการใช้แรงงานอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้อย่างมาก โดยเฉพาะในธุรกิจประมง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงได้มีการจัดการการใช้แรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในทุกขั้นตอนการผลิต โดยสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยได้เริ่มดำเนินการจัดระเบียบการใช้แรงงาน เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับของลูกค้า
สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย รายงานว่า ได้ดำเนินโครงการดึงสถานแปรรูปวัตถุดิบเบื้องต้น (ล้ง) หรือโรงแกะกุ้ง ของโรงงานที่เป็นสมาชิกสมาคมมาเข้าร่วมโครงการพี่เลี้ยง โดยโรงงานจะเข้าไปตรวจสอบและอบรมเบื้องต้นให้ล้งเกี่ยวกับการใช้แรงงานอย่างถูกกฎหมาย ทำให้ล้งเป็นส่วนหนึ่งของโรงงาน เนื่องจากแต่เดิมล้งส่วนใหญ่จะใช้แรงงานเด็กเป็นจำนวนมาก ทำให้ในปัจจุบันปัญหาการใช้แรงงานเด็กในกลุ่มอุตสาหกรรมประมงลดลงอย่างมาก และโรงงานสามารถรองรับการตรวจสอบย้อนกลับของลูกค้าได้ 100%
การจัดการโรงงานแต่ละแห่งจะเข้าไปดูแลการใช้แรงงานของล้ง เช่น ห้ามใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี และแรงงานที่มีอายุ 15-18 ปี ทำงานได้ตามปกติ แต่มีข้อห้าม เช่น ห้ามยกของหนัก ห้ามทำงานในยามวิกาล เป็นต้น รวมทั้งมีสวัสดิการที่ดีให้แก่คนงานในล้ง จ้างครูเข้าไปสอนหนังสือให้แก่ลูกของคนงานในเวลาที่พ่อแม่ไปทำงาน เป็นต้น ทำให้การใช้แรงงานเด็กลดลง ปัจจุบันมีล้งที่อยู่ในการดูแลประมาณ 200 แห่ง มีการใช้แรงงานรวมกว่า 6,000-7,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานพม่า ส่วนล้งที่ยังไม่ได้เข้าระบบก็อาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นล้งที่เครือข่ายของโรงงานจะต้องไปขึ้นทะเบียนกับกรมประมง
“ยืนยันปัญหาการใช้แรงงานเด็กคลี่คลายลงไปมาก เพราะทั้งล้งและผู้ประกอบการตระหนักว่าการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย จึงเข้าไปจัดระเบียบการใช้แรงงานอย่างจริงจัง และพร้อมให้คู่ค้าเข้ามาตรวจสอบดูระบบ แต่ตามกฎหมายสหรัฐกำหนดให้แรงงานเด็ก คือ แรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ตามกฎหมายไทยต่ำกว่า 15 ปี จึงต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย
ไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกรรมการ บริษัท ธารสมุทรฟู้ด กล่าวว่า โรงงานที่ต้องค้าขายกับลูกค้าต่างชาติไม่มีใครต้องการทำผิดกฎหมายต่างชาติอย่างแน่นอน เพราะก่อนที่จะมีการทำการค้าระหว่างกัน ลูกค้าจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบโรงงานในทุกด้าน ทั้งเรื่องความสะอาด การใช้แรงงาน ก่อนที่จะมีการซื้อขายสินค้ากัน เพราะต่างชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก หากไทยทำไม่ถูกหลักมาตรฐาน ลูกค้าจะไม่ซื้อสินค้าจากไทย
การจ้างงานภายในโรงงาน ส่วนใหญ่จะจ้างแรงงานที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี เพราะเป็นช่วงที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งโรงงานขนาดใหญ่หากมีการตรวจพบว่าใช้แรงงานเด็ก ก็ควรจะถูกลงโทษตามกฎหมาย หากมองในอีกมุมหนึ่ง บางครั้งโรงงานขนาดเล็ก ทำกิจการในครอบครัว มีลูกหลานเข้ามาช่วยเหลือ อย่างนี้ถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็กหรือไม่
มุมมองของต่างชาติแบบตะวันตกกับของไทยค่อนข้างต่างกัน เพราะมีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน สภาพสังคมไม่เหมือนกัน และเมื่อมีการเข้ามาตรวจ ถ้าดูกันในระบบโรงงานขนาดใหญ่ เชื่อว่าโรงงานทำตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่บางครั้งเห็นเด็กที่เป็นลูกของคนงานเข้ามาอยู่ในโรงงาน ก็คิดว่าโรงงานใช้แรงงานเด็ก
ด้านปัญหาขาดแคลนแรงงาน หลายโรงงานแก้ปัญหาโดยการพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีอยู่ พัฒนาการใช้เครื่องจักร รวมทั้งเริ่มใช้วิธีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากไทยเริ่มขาดแคลนวัตถุดิบทุกชนิด ทำให้ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ แล้วไทยจะหันมาเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปมากขึ้น ในส่วนนี้จะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ส่วนหนึ่ง เพราะการใช้แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงการหาวัตถุดิบขั้นต้น
ในอุตสาหกรรมอาหารไทยถือว่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น มาเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งมีธรรมชาติมาเป็นตัวบีบให้ต้องปรับเปลี่ยน โดยเริ่มปรับตัวกันมาแล้วกว่า 2 ปี จากเดิมที่มีการนำเข้าวัตถุดิบอยู่ที่ระดับ 10% ก็เริ่มเพิ่มมาเป็น 20% แล้ว โดยเป้าหมายของผู้ประกอบการอยู่ที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตเพื่อลดต้นทุน ลดการใช้แรงงาน ให้สินค้าแข่งขันได้ ซึ่งปัจจุบันก็เน้นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ไทยมีข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อยู่
“ปัญหาจากการนำเข้าวัตถุดิบที่ยากขึ้นมาอีก คือ การไปเข้มงวดกับผู้ขายวัตถุดิบให้ไทยต้องใช้แรงงานอย่างถูกกฎหมายด้วย เพราะลูกค้าก็บังคับมาอีกว่าต้องใช้ของที่เหมือนกับใช้ของไทย ไม่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมายในทุกขั้นตอน แต่ตอนนี้ก็ยังควบคุมได้ และยังไม่ถึงขั้นต้องเข้าไปลงทุนทำวัตถุดิบเองในต่างประเทศ” ไพบูลย์ กล่าว
ทั้งหมดนี้เห็นได้ว่าผู้ประกอบการไทยทุกรายให้ความสำคัญกับเรื่องการใช้แรงงาน เพราะหากมีการทำผิดกฎหมาย ผลกระทบสูงที่สุดก็คือ ลูกค้าจะไม่สั่งซื้อสินค้าจากไทย ทำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรองรับจนทำได้ตามกฎหมายที่กำหนด แต่ที่เป็นห่วงคือในโรงงานขนาดเล็กที่ยังขาดการตรวจสอบอยู่







