
ใช้1ปีสอบคดีดีแทค บอร์ดกสทฯเข็น3จี
ตำรวจคาดต้องใช้เวลาเป็นปี ถึงรู้ผลสอบดีแทค ผิดกฎหมายต่างด้าว เหมือนกรณีกุหลาบแก้ว แจงไม่เกี่ยวกับผลสอบกระทรวงพาณิชย์สรุป 4 ก.ค.นี้
ตำรวจคาดต้องใช้เวลาเป็นปี ถึงรู้ผลสอบดีแทค ผิดกฎหมายต่างด้าว เหมือนกรณีกุหลาบแก้ว แจงไม่เกี่ยวกับผลสอบกระทรวงพาณิชย์สรุป 4 ก.ค.นี้
พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้าตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทคที่ได้รับการร้องเรียนว่า ไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ที่ห้ามคนต่างด้าวถือหุ้นเกิน 49%
การตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่ตั้งทีมขึ้นรวม 30 คน เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังมีผู้ร้องเรียนอ้างอิง กรณีปัญหาการถือหุ้นการครอบงำกิจการและการถือสิทธิในที่ดินโดยคนต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมของคณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ประกาศ ณ วันที่ 21 เม.ย. 2554 จากก่อนหน้านี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แจ้งข้อหาดังกล่าวกับกองปราบปรามเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. จึงรวมเป็นคดีเดียวกัน เนื่องจากทรูได้ยื่นฟ้องผิดหน่วยงาน และกองปราบปรามไม่ได้มีอำนาจในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทางทรูจึงต้องให้ปากคำต่อทีมสอบสวนในเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดได้เริ่มสอบปากคำผู้ที่ถูกร้องเรียนไปแล้ว 10 ปาก หลักๆ คือ ตั๊ก วู โฮลดิ้ง น.ส.สุนิภา ธนาเตชะพัฒน์ น.ส.สุกัญญา รังสิดุล ผู้เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นดีแทคทั้งหมด กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี เพราะเป็นคดีลักษณะเดียวกับกุหลาบแก้ว ซึ่งเป็นคนละส่วนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่จะสรุปผลวันที่ 4 ก.ค.นี้
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญชัยเนาว์ รองผู้บังคับการกองบังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กล่าวว่า แม้ว่าผลสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะสรุปผลว่าดีแทคผิดหรือไม่ผิดก็ตาม ทางมีมสอบสวนก็ยังต้องดำเนินต่อไป เพราะต้องตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นทุกชั้นว่าไม่ใช่นอมินีจริง โดยบริษัทที่ต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างละอียด คือ ตั้ก ฮู โฮลดิ้ง ไทย เทลโค โฮลดิ้ง บริษัท โบเลโร เนื่องจากข้อมูลที่พบเบื้องต้น คือ เทเลนอร์ เอเชีย ถือหุ้นอยู่ในทุกบริษัท
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลสอบจะเป็นอย่างไร ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของลูกค้าดีแทค เพราะหากผลสอบพบว่าผิดแล้วส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา ศาลจะสั่งให้เปลี่ยนผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งหากดีแทคไม่ทำตาม ก็จะถูกปรับวันละ 15 หมื่นบาท ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับสัมปทานหรือใบอนุญาตต่างๆ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช.ที่ต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้
“หน้าที่ของทีมสอบสวน คือ หาข้อมูลว่าผิดจริงตามที่มีผู้ร้องเรียนหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเอกสารของ กมธ.ที่ตำรวจไม่สามารถละเลยได้ และตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาใครจนกว่าจะสอบปากคำและพิจารณาข้อมูลทั้งหมด ซึ่งผลสรุปสุดท้าย ดีแทคอาจไม่ผิดก็ได้” พ.ต.อ.ชัยณรงค์กล่าว
****กสทฯ เตรียมส่งสัญญาร่วมฮัทช์ให้ไอซีทีตรวจสอบสัปดาห์หน้า หวังสภาพัฒน์ผ่านงบ 1.2 หมื่นล้านบาท
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการเห็นชอบให้กลางสัปดาห์หน้าเตรียมส่งสัญญาการให้บริการโทรศัพท์มือถือเอชเอสพีเอ ระหว่าง กสทฯ และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที พิจารณาว่าเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่
ทั้งนี้ เพื่อจะได้ส่งหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมในการขออนุมัติงบประมาณการดำเนินโครงการขยายสื่อสัญญาณ 1.2 หมื่นล้านบาท จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.







