posttoday
' สหกรุ๊ป ' รื้อใหญ่โครงสร้าง เพิ่มขีดแข่งขันตลาดโลก

' สหกรุ๊ป ' รื้อใหญ่โครงสร้าง เพิ่มขีดแข่งขันตลาดโลก

01 กรกฎาคม 2554

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค “เครือสหกรุ๊ป”

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค “เครือสหกรุ๊ป”

ที่มียอดขายรวมปีละกว่า 1 แสนล้านบาท เริ่มขยับตัวครั้งใหญ่ในรอบ 60 ปี เห็นได้จากการที่บริษัทในเครือต่างทยอยปรับโครงสร้างองค์กรและหน่วยธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องนับแต่ต้นปี 2554 จากนโยบายของ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ที่วางไว้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจการค้าโลกในปัจจุบัน ทำให้เครือสหกรุ๊ปมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อต่อกรกับคู่แข่งในเวทีการค้าโลกที่ใกล้ชิดเข้ามาทุกขณะ

บุณยสิทธิ์ กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจรองเท้าในเครือสหกรุ๊ป ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เน้นยอดขายในประเทศมากขึ้น หลังประสบปัญหาการว่าจ้างการผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) รองเท้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ที่เริ่มมีคำสั่งผลิต (ออร์เดอร์) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปี ทำให้เจ้าของสินค้าย้ายแหล่งผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม หรือจีน จากต้นทุนแรงงานที่ถูกกว่า

 

' สหกรุ๊ป ' รื้อใหญ่โครงสร้าง เพิ่มขีดแข่งขันตลาดโลก

ทั้งนี้ บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จะเข้าไปบริหารในตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ ผู้ผลิตรองเท้าแพน เพื่อทำตลาดในและต่างประเทศ และโออีเอ็มให้กับสินค้ารองเท้าแบรนด์เนมอื่นๆ ด้วย ส่วน ณรงค์ โชควัฒนา เป็นประธานกรรมการ บริษัท บางกอกรับเบอร์ ผู้ผลิตรองเท้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก อาทิ แบรนด์ไนกี้ ลาคอสท์ และรองเท้าในประเทศแบรนด์แพน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการทำตลาดในประเทศในภาวะเงินบาทไทยแข็งค่าในขณะนี้

บุญชัย กล่าวว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่รอบ 30 ปี เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดรองเท้าที่รุนแรงมากขึ้น และรับมือกับแบรนด์รองเท้าระดับโลก เช่น ไนกี้ ที่ย้ายฐานผลิตจากไทยไปประเทศอื่น ทำให้ยอดผลิตลดลงมาก โดยวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าให้สูงขึ้น และเพิ่มความหลากหลายรูปแบบรองเท้าและสร้างแบรนด์แพนเทียบเท่าแบรนด์โลกให้ได้

ขณะเดียวกันยังได้ควบรวมบริษัทในเครือที่มีอยู่ 20 แห่ง ให้ลดเหลือ 10 แห่ง และควบรวมโรงงานในเครือให้เหลือ 10 แห่งด้วย แต่ไม่ได้เลิกจ้างพนักงาน รวมถึงพยายามลดค่าใช้จ่ายในองค์กรมากที่สุด เพื่อรับมือต้นทุนผลิตเพิ่ม ส่วนแผนตลาด จะเปิดช็อปรองเท้าแพนขึ้นครั้งแรกในศูนย์การค้า จากแผนทั้งหมดจะทำให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้ใน 2 ปี

บุญชัย กล่าวต่อในฐานะประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ว่า ขณะนี้บริษัทได้เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยผลักดันผู้บริหารคนรุ่นใหม่อายุ 30 ปีขึ้นไปถึง 40 ปี เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น โดยการรวบหน่วยธุรกิจ (บียู) เหลือ 3 บียู อาทิ เพชร พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เข้ามาเป็นคณะกรรมการด้านการตลาดผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า มีผลเดือน ก.ค.นี้ ตั้ง เวทิต โชควัฒนา ผู้บริหาร บริษัท ซันร้อยแปด ร่วมเป็นกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล แทน เพ็ญนภา ธนสารศิลป์ ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ด้วย

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงการปรับตัวในรอบ 45 ปี ว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรบริษัทใหม่ เพื่อให้มีความคล่องตัวสูง หรือดำเนินการด้านต่างๆ ที่สามารถเปลี่ยนถ่ายและแทรกซึมได้ทุกสถานการณ์ในการทำตลาดใหม่ในภูมิภาคอาเซียนที่จะรวมกันเป็นตลาดหนึ่งเดียว ในเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน หรือในปี 2558

การยกเครื่องเครือสหพัฒน์กว่า 60 ปีครั้งใหญ่นี้ นับเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเมืองไทยกำลังจะพลิกชนิดเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยเลยทีเดียว

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก