
' สหกรุ๊ป ' รื้อใหญ่โครงสร้าง เพิ่มขีดแข่งขันตลาดโลก
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค “เครือสหกรุ๊ป”
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค “เครือสหกรุ๊ป”
ที่มียอดขายรวมปีละกว่า 1 แสนล้านบาท เริ่มขยับตัวครั้งใหญ่ในรอบ 60 ปี เห็นได้จากการที่บริษัทในเครือต่างทยอยปรับโครงสร้างองค์กรและหน่วยธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องนับแต่ต้นปี 2554 จากนโยบายของ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ที่วางไว้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจการค้าโลกในปัจจุบัน ทำให้เครือสหกรุ๊ปมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อต่อกรกับคู่แข่งในเวทีการค้าโลกที่ใกล้ชิดเข้ามาทุกขณะ
บุณยสิทธิ์ กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจรองเท้าในเครือสหกรุ๊ป ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เน้นยอดขายในประเทศมากขึ้น หลังประสบปัญหาการว่าจ้างการผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) รองเท้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ที่เริ่มมีคำสั่งผลิต (ออร์เดอร์) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปี ทำให้เจ้าของสินค้าย้ายแหล่งผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม หรือจีน จากต้นทุนแรงงานที่ถูกกว่า
ทั้งนี้ บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จะเข้าไปบริหารในตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ ผู้ผลิตรองเท้าแพน เพื่อทำตลาดในและต่างประเทศ และโออีเอ็มให้กับสินค้ารองเท้าแบรนด์เนมอื่นๆ ด้วย ส่วน ณรงค์ โชควัฒนา เป็นประธานกรรมการ บริษัท บางกอกรับเบอร์ ผู้ผลิตรองเท้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก อาทิ แบรนด์ไนกี้ ลาคอสท์ และรองเท้าในประเทศแบรนด์แพน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการทำตลาดในประเทศในภาวะเงินบาทไทยแข็งค่าในขณะนี้
บุญชัย กล่าวว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่รอบ 30 ปี เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดรองเท้าที่รุนแรงมากขึ้น และรับมือกับแบรนด์รองเท้าระดับโลก เช่น ไนกี้ ที่ย้ายฐานผลิตจากไทยไปประเทศอื่น ทำให้ยอดผลิตลดลงมาก โดยวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าให้สูงขึ้น และเพิ่มความหลากหลายรูปแบบรองเท้าและสร้างแบรนด์แพนเทียบเท่าแบรนด์โลกให้ได้
ขณะเดียวกันยังได้ควบรวมบริษัทในเครือที่มีอยู่ 20 แห่ง ให้ลดเหลือ 10 แห่ง และควบรวมโรงงานในเครือให้เหลือ 10 แห่งด้วย แต่ไม่ได้เลิกจ้างพนักงาน รวมถึงพยายามลดค่าใช้จ่ายในองค์กรมากที่สุด เพื่อรับมือต้นทุนผลิตเพิ่ม ส่วนแผนตลาด จะเปิดช็อปรองเท้าแพนขึ้นครั้งแรกในศูนย์การค้า จากแผนทั้งหมดจะทำให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้ใน 2 ปี
บุญชัย กล่าวต่อในฐานะประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ว่า ขณะนี้บริษัทได้เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยผลักดันผู้บริหารคนรุ่นใหม่อายุ 30 ปีขึ้นไปถึง 40 ปี เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น โดยการรวบหน่วยธุรกิจ (บียู) เหลือ 3 บียู อาทิ เพชร พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เข้ามาเป็นคณะกรรมการด้านการตลาดผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า มีผลเดือน ก.ค.นี้ ตั้ง เวทิต โชควัฒนา ผู้บริหาร บริษัท ซันร้อยแปด ร่วมเป็นกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล แทน เพ็ญนภา ธนสารศิลป์ ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ด้วย
ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงการปรับตัวในรอบ 45 ปี ว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรบริษัทใหม่ เพื่อให้มีความคล่องตัวสูง หรือดำเนินการด้านต่างๆ ที่สามารถเปลี่ยนถ่ายและแทรกซึมได้ทุกสถานการณ์ในการทำตลาดใหม่ในภูมิภาคอาเซียนที่จะรวมกันเป็นตลาดหนึ่งเดียว ในเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน หรือในปี 2558
การยกเครื่องเครือสหพัฒน์กว่า 60 ปีครั้งใหญ่นี้ นับเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเมืองไทยกำลังจะพลิกชนิดเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยเลยทีเดียว







