
ทีดีอาร์ไอเชื่อดีแทคไม่ผิดกม.ต่างด้าว
"ทีดีอาร์ไอ"เชื่อดีแทคไม่ผิด พ.ร.บ. ต่างด้าว หนุนต่างชาติถือหุ้นธุรกิจโทรคมนาคม 100% ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ
"ทีดีอาร์ไอ"เชื่อดีแทคไม่ผิด พ.ร.บ. ต่างด้าว หนุนต่างชาติถือหุ้นธุรกิจโทรคมนาคม 100% ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไยทย หรือ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ไม่ผิด พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 อย่างแน่นอน เพราะกฎหมายฉบับนี้ตรวจสอบการถือหุ้นเพียงชั้นเดียว
ทั้งนี้ การตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เกิดขึ้นตามที่ทางกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น ร้องเรียนมานั้น หาก เป็นการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น เชื่อว่าดีแทคจะหลุดพ้นจากเรื่องนี้ แต่ต้องดูในรายละเอียดเชิงลึกว่า ผู้ถือหุ้นรายอื่นนั้นใช้เงินของตัวเองในการลงทุนหรือได้รับเงินมาจากดีแทค ซึ่งกรณีนี้จะเป็นลักษณะเดียวกับคดีกุหลาบแก้ว
ในส่วนของทีดีอาร์ไอ เห็นว่า ธุรกิจโทรคมนาคมควรเปิดให้ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนและถือหุ้นได้ 100% เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านบริการหลายราย และส่งผลดีต่อการดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น เพราะหากขณะนี้ กฎหมายไทยเข้มงวดเรื่องต่างชาติในธุรกิจโทรคมนาคม ก็จะเหลือแค่ทรูเพียงรายเดียวที่ให้บริการได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการผูกขาดตลาดอยู่ดี
“ในธุรกิจโทรคมนาคม มองว่าใครเป็นเจ้าของก็ได้ เพราะโดยกฎหมายไทยสามารถกำหนดกฎเกณฑ์อะไรก็ได้ที่จะเป็นประโยชน์หากต่างชาติทำผิดจากการทำธุรกิจในไทย เช่น ยึดคืนคลื่น แต่โดยกฎหมายไม่ควรห้ามต่างชาติเข้ามาลงทุน เพราะจากบทเรียนที่ผ่านมา เมื่อนักลงทุนต่างชาติไม่เข้ามา ผลที่เกิดขึ้นคือแย่ทั้งประเทศ” นางเดือนเด่นกล่าว
อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีในธุรกิจต่างๆจะส่งผลดีมากขึ้น หากรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่อง พ.ร.บ.การกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจต้องเข้าสู่กระบวนการแข่งขันที่เป็นธรรมเช่นเดียวกับเอกชน และผู้บริโภคสามารถฟ้องหน่วยงานเหล่านี้ได้ ซึ่งปัจจุบัน กฎหมายนี้ไม่ได้รับการผลักดันอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะมีผลตั้งแต่ปี 2542 แล้ว ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจมีอำนาจเหนือเอกชน
ทั้งนี้ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนกรณีของต่างประเทศ คือ จงหวา เทเลคอม ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรัฐวิสาหกิจ ประเทศไต้หวัน ที่ถูกสั่งให้ยกเลิกการอุดหนุนไขว้ จากการเก็บค่าบริการโทรศัพท์พื้นฐานในราคาสูงมาก เนื่องจากผูกขาดรายเดียว แล้วนำค่าบริการที่เก็บได้นั้นไปชดเชยกับราคาโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้สามารถทำราคาต่ำกว่าเอกชนได้ เช่นเดียวกับการไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกาที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า โดยเปิดให้เอกชนสามารถแข่งขันให้บริการด้านพัสดุภัณฑ์ได้จากเดิมที่เคยผูกขาดเพียงรายเดียว







