
สั่งใช้แผนฉุกเฉินรับมือท่อก๊าซรั่วอ่าวไทย
"ปลัดพลังงาน"สั่งเดินหน้าแผนฉุกเฉินจัดหาเชื้อเพลิงทดแทนหลังท่อก๊าซรั่วในอ่าวไทย 600 ล้านลบ.ฟุต/วันยันไฟฟ้าไม่ขาด
"ปลัดพลังงาน"สั่งเดินหน้าแผนฉุกเฉินจัดหาเชื้อเพลิงทดแทนหลังท่อก๊าซรั่วในอ่าวไทย 600 ล้านลบ.ฟุต/วันยันไฟฟ้าไม่ขาด
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเชื้อเพลิง เรื่องปัญหาท่อก๊าซธรรมชาติรั่ว ในอ่าวไทย ว่า ขณะนี้ได้อนุมัติแผนฉุกเฉินเพื่อจัดหาเชื้อเพลิงอื่นมาทดแทนปริมาณก๊าซฯที่หายไปจากระบบ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต)/วันเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าดับแน่นอน โดยปตท.จะใช้เวลาในการตรวจสอบหาสาเหตุครั้งนี้ประมาณ 2 สัปดาห์
ทั้งนี้แผนฉุกเฉินที่จะนำมาใช้ ประกอบไปด้วย 1. สั่งการให้ปตท.เร่งจัดซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ในตลาดจร อีก 6-7 หมื่นตัน จากเดิมที่เริ่มทยอยนำเข้ามาแล้วตามแผนเดิม 1.8-2 แสนตัน 2.จัดหาน้ำมันเตาป้อนให้กับโรงไฟฟ้าบางปะกงและโรงฟ้าพระนครใต้ ซึ่งจะทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ต้องเพิ่มการใช้น้ำมันเตาเป็นวันละ9 ล้านลิตร/วันจากเดิมเพียงวันละ 1-2 ล้านลิตร/วัน
3. หยุดเดินเครื่องโรงแยกก๊าซธรรมมชาติแห่งที่5 เพื่อลดการใช้ก๊าซฯลง 4.หยุดส่งออกน้ำมันเตาชั่วคราว 5.เลื่อนการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ และโรงไฟฟ้าก๊าซฯราชบุรี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตไฟฟ้า
"ตอนนี้ต้องเร่งแก้ปัญหาไม่ให้กระทบกับการผลิตไฟฟ้าก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งยืนยันว่าจากมาตรการต่างๆเหล่านี้จะสามารถดูแลการผลิตไฟฟ้าได้แน่นอนไม่ให้เกิดไฟฟ้าดับ รวมถึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ก๊าซหุงต้ม และเอ็นจีวี ในขณะที่มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นคงต้องรอทางปตท.สรุปรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนการใช้น้ำมันเตาและเชื้อเพลิงอื่นมาทดแทนจะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้นหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้หารือขอดูแลเรื่องไฟฟ้าไว้ก่อน"นายณอคุณกล่าว
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่าท่อก๊าซฯรั่ว เกิดขึ้นห่างจากจุดท่อก๊าซขึ้นที่ชายฝั่งทะเลระยองประมาณ 325 กม. ซึ่งเป็นบริเวณท่อก๊าซที่ต่อเชื่อมระหว่างท่อประธานในทะเลขนาด 34 นิ้ว (ท่อเส้นที่ 1) กับท่อย่อยขนาด 24 นิ้ว ที่ส่งก๊าซมาจากแหล่งปลาทอง ในอ่าวไทย ทำให้ความสามารถในการส่งก๊าซฯมีปริมาณลดลงประมาณ 600 ล้านลบ.ฟุต/วัน แต่กระทบต่อการจัดส่งก๊าซฯเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ กฟผ. ประมาณ 250 ล้านลบ.ฟุต/วัน
ทั้งนี้ระหว่างที่ ปตท. เร่งดำเนินการซ่อม คาดว่าจะใช้เวลา ประมาณ 1 เดือน กฟผ. ได้เตรียมแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า โดยเพิ่มการผลิตโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากโรงไฟฟ้าเขื่อนน้ำเทิน 2 น้ำงึม2 และเขื่อนรัชชประภา ประสานงานโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ไม่ใช้ก๊าซฯ ให้ผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มที่ เลื่อนแผนบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรีออกไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์
สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าน้ำพอง และพลังงานทดแทน ได้เดินเครื่องอย่างเต็มที่ในกรณีปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถการส่งน้ำมันเตา ให้กับโรงไฟฟ้าราชบุรีเป็น 3 ล้านลิตร/วัน และนำเข้าน้ำมันเตา 0.5 % จำนวน 30 ล้านลิตรให้โรงไฟฟ้าบางปะกง และจัดส่งน้ำมันเตาให้โรงไฟฟ้ากระบี่อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน กฟผ. มีน้ำมันเตาสำรองใช้ผลิตไฟฟ้าทดแทนได้ประมาณ 10 วัน หรือประมาร 92.5 ล้านลิตร และจะประสานงาน ปตท. จัดส่งให้เพิ่มจนกว่า ปตท. จะซ่อมท่อก๊าซแล้วเสร็จอย่างไรก็ตามจะพยายามบริหารจัดการเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้ามากถึง 70% ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้า จึงควรมีการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างหลากหลาย และเหมาะสม เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยลง







