
ขายไตแลก ipad
อาจเป็นข่าวที่ล้าสมัยไปนิดนะครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม
อาจเป็นข่าวที่ล้าสมัยไปนิดนะครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม
เพราะมีแนวโน้มสูงที่สังคมไทยกำลังก้าวไปสู่เหตุการณ์อย่างนี้เช่นกัน หากเราไม่ป้องกันก่อน เรื่องของเรื่อง (สำหรับคนที่ยังไม่เคยทราบข่าวนี้) มีอยู่ว่า
หนุ่มชาวจีนวัย 17 ปี ตัดสินใจขายไตของตัวเองแลกกับเงิน 2 หมื่นหยวน หรือราว 9.3 หมื่นบาท เพื่อไปซื้อไอแพด 2 รวมทั้งโทรศัพท์ไอโฟน โดยให้เหตุผลว่า “ผมแค่อยากได้ไอแพด 2 มาใช้ แต่ผมไม่มีเงินเลย พอผมเห็นโฆษณาต้องการไตด่วนในอินเทอร์เน็ต ผมจึงไม่รีรอ”
กรณีนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก หลายคนอาจวิจารณ์ว่าเด็กคนนี้ทำไมไม่รู้จักคิด ทำไมยอมไปแลกไตกับ Ipad ว่าไปจริงๆ แล้ว มันต่างอะไรกับข่าวที่เด็กหนุ่มสาวฆ่าตัวตายเพียงเพราะอกหักกับชีวิตของตนเอง หรือความรักของพ่อแม่ที่มีต่อเราสำคัญน้อยกว่าผู้หญิง หรือผู้ชายคนนั้น หรือพ่อแม่บางคนเลือกที่จะเอาเงินไปดื่มเหล้า แทนที่จะเป็นค่าอาหารของคนในครอบครัว เหล้าสำคัญกว่าอาหารหรือ แต่ที่เรื่องนี้เป็นข่าวดัง เพราะยังไม่เคยมีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง
ประเด็นของเรื่องนี้ เป็นเรื่องของคำคำหนึ่งที่มีอิทธิพลสูงมากต่อชีวิตของทุกคน คำนั้นก็คือ “เลือก” (Choose) ในชีวิตพวกเราทุกคนต้องเลือกเสมอตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า เราก็เลือกว่าจะตื่นหรือนอนต่อดี หรือรับประทานข้าวก็เลือกว่าจะรับประทานอาหารที่ตนเองชอบดี หรืออาหารที่มีประโยชน์ดี ฯลฯ จะเห็นได้ว่าทุกเรื่องเราต้องตัดสินใจเลือกทั้งหมด ซึ่งผลของการเลือกก็ย่อมมีผลต่อคุณภาพชีวิตของเราด้วยเช่นกัน เช่น หากเราเลือกที่จะยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรค ชีวิตเราก็ย่อมล้มเหลว แต่หากเราเลือกที่จะสู้ต่อ เราก็ย่อมมีโอกาสชนะ หรืออย่างน้อยแม้ว่าจะแพ้ เราก็ยังภูมิใจที่เราได้ทำเต็มที่เพื่อชีวิตเราแล้ว
หลักการของการเลือกในทางการเงิน เราจะคำนึงถึงค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน (Cost) เทียบกับประโยชน์ที่ได้เสมอ (Benefit) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการเลือกในเรื่องต่างๆ ทั่วโลก คำสอนของหลักปรัชญาหรือศาสนาต่างๆ ทั่วโลก ต่างก็เน้นในการให้แนวคิดในเรื่องของการเลือกของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของตน จะเห็นได้ว่า การเลือกที่ดีเป็นเรื่องของเหตุและผลที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้ในเรื่องที่ต้องเลือก การตัดสินใจด้วยสติ เหตุผล การพิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ้วน รอบด้าน ตัวอย่างเช่น เด็กคนนี้อาจตัดสินใจผิดพลาดเพราะไม่รู้ถึงความสำคัญของไต และคิดว่าไตมี 2 ข้าง หายไปข้างหนึ่งก็ไม่น่าจะเป็นอะไร
แต่ปรากฏว่าการตัดสินใจของคนเราส่วนใหญ่แทนที่จะอยู่บนเหตุผล กลับไปอยู่บนอารมณ์ ยอมให้ความอยากมามีอิทธิพลเหนือกว่าจิตใจของตนเอง ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ขาดความเข้มแข็งของจิตใจ ไม่สามารถเอาชนะความอยาก หรือกิเลสในใจของตนเองได้ จึงตกเป็นเหยื่อของนักการตลาดต่างๆ ที่พยายามสร้างความต้องการให้เกิดกับสินค้าหรือบริการของตน
โดยประสบการณ์ด้านการเงินที่ได้มีโอกาสพบคนที่มีปัญหาด้านการเงินมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่มีปัญหาเงินไม่พอใช้ ซึ่งเมื่อมองลงไปลึกๆ แล้ว ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การหาเงิน แต่อยู่ที่การใช้จ่ายเงิน โดยหลายๆ ครั้ง จะพบว่ามีการใช้จ่ายเงินในสิ่งที่ไม่จำเป็นในสัดส่วนที่สูงมาก ดังนั้น หากต้องการแก้ปัญหา ก็ทำได้โดยเอาชนะใจตนเอง ไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ต้องมีวินัยทางการเงินนั่นเอง ฟังดูง่าย แต่ก็ยากในการปฏิบัติ
เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการแก้ไขปัญหานี้ ธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งมีนโยบายในการให้บริการทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Finance) จึงได้มีการจัดตั้งโครงการ “KK บ่มเพาะวินัยทางการเงิน ร่วมปลูกฝังทักษะการบริหารเงินแก่เยาวชนอย่างมืออาชีพ” เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านการบริหารเงินให้กับนิสิต นักศึกษาชั้นปี 4 ก่อนเข้าสู่วัยเริ่มทำงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญให้แก่เยาวชนในการดำเนินชีวิต และยังเป็นการสร้างรากฐานความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชาติให้ยั่งยืน
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารเกียรตินาคิน สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้จัดบรรยายเรื่อง “การวางแผนและการใช้จ่ายเงินอย่างชาญฉลาด” ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2554 ที่ผ่านมา และมีโครงการที่จะจัดให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศต่อไปในอนาคต ด้วยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายความคิดการสร้างวินัยทางการเงินให้กับสังคมไทยต่อไป
หากมีข้อสงสัยหรือสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สายธุรกิจเงินฝากและการตลาด ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 026803333 หรือ [email protected]







