posttoday
อภิศักดิ์ กับภารกิจกอบกู้กรุงไทย ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

อภิศักดิ์ กับภารกิจกอบกู้กรุงไทย ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

27 มิถุนายน 2554

สีฟ้าใสของนกวายุภักษ์และรูปลักษณ์สาขาที่ดูทันสมัยขึ้น ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของธนาคารกรุงไทยได้อย่างชัดเจน

สีฟ้าใสของนกวายุภักษ์และรูปลักษณ์สาขาที่ดูทันสมัยขึ้น ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของธนาคารกรุงไทยได้อย่างชัดเจน

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ใหม่ที่เห็นในยุคของ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ที่จะเกษียณอายุงานในปี 2555

5 ปี ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย อภิศักดิ์ถูก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีต รมว.คลัง ขอร้องให้รับตำแหน่งนี้ เพื่อเข้ามาช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์ของธนาคารที่กำลังตกต่ำ จากปัญหาการฉ้อโกงธนาคารของนักการเมืองที่นำเอาหนี้เน่ามาฟอกเป็นหนี้ดี กู้เงินจากธนาคารกรุงไทยไปมากกว่า 7 หมื่นล้านบาท

อภิศักดิ์ เปิดใจว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งในแบงก์รัฐขนาดใหญ่แห่งนี้แล้ว ก็เริ่มดูโครงสร้างของธนาคารและปรับกระบวนการทำงานใหม่หมด เพื่อแก้ไขไม่ให้เกิดการโกงธนาคารง่ายๆ เหมือนในอดีต โดยใช้ระบบเข้ามาจับ มีการตรวจสอบซ้ำ จนแน่ใจว่าระบบที่สร้างขึ้นมาดีพอที่จะเห็นได้เร็ว หากมีการตุกติกขึ้นมา

“คนจ้องจะโกงเราคงป้องกันยาก แต่ที่เราทำคือระบบจะต้องเห็นความผิดปกติได้เร็ว ซึ่งพบเร็วก็จะระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้เร็ว มูลค่าความเสียหายก็จะไม่มาก” อภิศักดิ์ กล่าว

สำหรับการทำธุรกิจนั้น ในอดีตธนาคารกรุงไทยจะเน้นทำธุรกิจภาครัฐเป็นหลัก แต่หลังจากที่เขาเข้ามา ก็ได้เน้นในส่วนของภาคเอกชนมากขึ้น เนื่องจากมองว่า ที่สถานะของธนาคารถือว่าได้เปรียบคนอื่น เพราะมีฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน เท่ากับว่ามีธุรกิจ 2 ด้าน ขณะที่คนอื่นเขามีด้านเดียว จึงน่าจะมีศักยภาพและทำได้ดีกว่าคนอื่น

 

อภิศักดิ์ กับภารกิจกอบกู้กรุงไทย ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

“ปีนี้เราตั้งเป้าของอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์หรือ ROA เอาไว้ที่ 11.2% ในไตรมาสแรกก็เติบโตขึ้นมาได้ตามเป้าแล้ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้นหรือ ROE เราอยากเห็นที่ 14-15% แต่เพียงไตรมาสแรกก็ขึ้นมาอยู่ที่ 17% ขณะที่ผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 79% ของช่วงเดียวกัน สินเชื่อเติบโตไปแล้ว 4% หรือ 5.1 หมื่นล้านบาทจากสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าปีนี้เราพร้อมแล้ว โดยสิ่งที่ผมสื่อสารไปยังพนักงานทั้งหมดคือ เราจะเริ่มขยายตัว รุกขยายธุรกิจเข้าไปในภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้น” อภิศักดิ์ กล่าว

อภิศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการไป ขณะนี้ธนาคารกำลังเน้นธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งที่ผ่านมาเราทำอยู่แค่ที่เคทีบี ลิซซิ่ง แต่ในปีนี้จะเร่งเติบโตในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากขึ้น เพราะตลาดมีขนาดใหญ่มาก

ในส่วนของเอสเอ็มอีเราจะเข้าไปเน้นตัวสินเชื่อแฟกเจอริง ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนทางธุรกิจ โดยแผนทั้งหมดที่เราเดินจะเน้นไปสู่จุดซึ่งมีดอกเบี้ยสูงขึ้น แม้จะดูเราทำช้ากว่าธนาคารอื่น ก็ต้องยอมรับว่า 56 ปีที่ผ่านมา เราใช้เวลาปรับปรุงและแก้ปัญหาของตัวเองหลายปี

กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงการขยายตัวของสินเชื่อในปีนี้ว่า สินเชื่อทุกประเภทน่าจะขยายตัวได้ดี การเติบโตจากภาคเอกชนจะมากกว่าภาครัฐเล็กน้อย จึงคาดว่าสินเชื่อทั้งปีจะเติบโตได้มากกว่าเป้าที่วางเอาไว้ที่ 78% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปีนี้ไม่น่ากลัว ปัจจัยภายนอกอย่าง เช่น เรื่องวิกฤตหนี้ในกรีซ คิดว่าอียูจะต้องเข้ามาอุ้ม ส่วนในสหรัฐอเมริกาเองที่มีปัญหาเรื่องเพดานหนี้ที่ต้องกู้เพิ่ม สุดท้ายคาดว่าจะคลี่คลายได้ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญ คือเรื่องการเมืองในประเทศ ซึ่งหากเกิดความวุ่นวายขึ้นก็ต้องระมัดระวัง

ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนของภาคเอกชนในสินเชื่อรายใหญ่ของธนาคารอยู่ที่ 35% สินเชื่อเอสเอ็มอีอยู่ที่ 20% สินเชื่อรายย่อยอยู่ที่ 25% ซึ่งต่อจากนี้ไปคาดว่าสัดส่วนของภาคเอกชนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ภาครัฐก็จะลดลง อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะต้องมีสัดส่วนเท่าใด แต่จะเน้นการเติบโตในทุกภาคส่วน เพราะเราเป็นธนาคารขนาดใหญ่ ต้องโตอย่างมั่นคงและไม่มีหนี้เสีย เราไม่เน้นการเร่งลุยให้เติบโตแล้วไปตามเก็บขยะในอีก 3 ปีข้างหน้า เราเคยมีบทเรียนจากการที่ต้องเหนื่อยตามเก็บขยะมา 5-6 ปีแล้ว

สำหรับประเด็นเรื่องที่กระทรวงการคลังมีแผนที่จะขายหุ้นของธนาคารกรุงไทยออก เพื่อให้ธนาคารไม่เป็นรัฐวิสาหกิจนั้น อภิศักดิ์ มองว่า เรื่องนี้ยังเป็นแค่แนวคิดที่ยังไม่ตกผลึก เพราะกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นอยู่เพียง 56% หากมีการขายออกไป ธนาคารก็จะหลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่มันเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นยังยากที่จะคาดเดา สำหรับสิ่งที่เราต้องทำในขณะนี้คือต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ ในอนาคตไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใดเราก็ต้องอยู่ได้

โดยสิ่งที่เขาอยากฝากไว้ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แบงก์รัฐที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือ อย่างน้อยๆ ขณะนี้เขาได้วางรากฐานระบบต่างๆ ทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดแล้ว ถือว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามอยากเห็นคนที่จะเข้ามารับไม้ต่อต้องไม่ลืมว่าในฐานะแบงก์รัฐต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศควบคู่ไปกับผลกำไรด้วย 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69