
สรรเสริญ เงารังษี นำทัพ ททท.ปั้นแผนบุกตลาดอาเซียน
ความมีเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมไทย แหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายในแต่ละภูมิภาค
ความมีเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมไทย แหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายในแต่ละภูมิภาค
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
จะสร้างโอกาสทางการตลาดที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีความน่าสนใจกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน ซึ่งการเปิดเสรีการค้าและการบริการในปี 2558 เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าไทยได้กว่า 20 ล้านคน/ปี รายได้ตลาดต่างประเทศ 1 ล้านล้านบาท”
เป็นคำบอกเล่าถึงเป้าหมายการทำงานของ สรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่พ่วงด้วยการคุมบังเหียนตำแหน่งประธานคณะทำงานการวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียน ซึ่ง ททท.วางไว้ว่าเป็นตลาดหลักอีกตลาดในปีหน้าที่จะมุ่งไป
ทั้งนี้ สรรเสริญ บอกถึงแนวทางการทำงานร่วมกับกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า การร่วมลงขันวางกรอบกลยุทธ์ด้านการตลาดในภาพรวมใหญ่ของกลุ่มเออีซี ซึ่งได้เตรียมดำเนินการระหว่างปี 2554-2555 เพื่อรองรับการเปิดเสรีการค้าและการบริการอย่างเป็นทางการในปี 2558 โดยแต่ละประเทศได้แบ่งหน้าที่การเป็นโต้โผใหญ่ในการขับเคลื่อน ซึ่ง ททท.ได้รับภารกิจการทำแผนตลาดด้านการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย การพัฒนาคุณภาพด้านการบริหารประเทศฟิลิปปินส์ เป็นผู้รับผิดชอบกรอบกลยุทธ์
สำหรับแนวทางการทำงานร่วมกันด้านแผนการตลาดนั้น แต่ละประเทศในกลุ่มเออีซีจะต้องร่วมกันลงขันประเทศละ 6 ล้านบาท/ปี และปี 2555 มีนโยบายการเพิ่มงบประมาณอีกกว่าเท่าตัวสำหรับขับเคลื่อนแผนต่างๆ ซึ่งวางเป้าหมายการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกันราว 20-30 โครงการ/ปี เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศแถบอาเซียน
ขณะที่ ททท.ในฐานะผู้ดูแลด้านการตลาด เตรียมของบประมาณพิเศษปี 2555 จำนวน 30 ล้านบาท กับสำนักงบประมาณ เพื่อบริหารจัดการงานด้านเออีซีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยมองว่าประเทศไทยจะเป็นจุดศูนย์กลาง (ฮับ) ทางการท่องเที่ยวของเออีซีได้ เพราะศักยภาพของสินค้าทางการท่องเที่ยว ธรรมชาติที่หลากหลาย โครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง แบบเชื่อมโยงกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) กลุ่มเฮอริเทจ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มอาเซียนพลัส 3 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ได้ร่วมพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ให้กับเออีซีด้วย เช่น จีนได้ลงนามข้อตกลงเป็นเจ้าภาพก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากคุนหมิงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น
“ททท.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับการทำแผนรับเปิดเออีซี และทำมาโดยตลอด ซึ่งหลายแผนงานเป็นความรับผิดชอบของหลายกระทรวงร่วมกัน อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องหารือวางเรื่องกฎระเบียบการลงทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เช่น เรื่องซิงเกิลวีซ่า ทำครั้งเดียวสามารถเข้าได้ทุกประเทศที่เป็นสมาชิกเหมือนกลุ่มอียู”
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์กลุ่มอาเซียน ภายใต้ชื่อ “เซาท์อีสต์ เอเชีย ฟิวส์ เดอะ วอร์ม” กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวให้กับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยภาพการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ประเทศกลุ่มอาเซียนตั้งเป้าส่งเสริมเศรษฐกิจการลงทุนให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่วนด้านสังคมจะสร้างรายได้ของคนในอาเซียนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าเมื่อเปิดเสรีการค้าและการบริการอย่างเป็นทางการ จะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนประเทศอาเซียนราว 85 ล้านคน ในปี 2558 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8-10% ต่อปี
สรรเสริญ เล่าอีกว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ การประชุมแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2555 ของ ททท. จะนำเรื่องแผนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านเออีซีชี้แจงในที่ประชุมแผน เพื่อให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.ต่างประเทศและในประเทศรับทราบถึงแนวทางการทำงาน พร้อมนำแนวทางต่างๆ มาปรับเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องการทำงาน ในการเตรียมรับมือล่วงหน้า







