
5พรรคฟุ้งช่วยอุตฯ
เพิ่มแกร่งแข่งขันเวทีอาเซียนเอกชนห่วงแค่ลมปากหาเสียง
เพิ่มแกร่งแข่งขันเวทีอาเซียนเอกชนห่วงแค่ลมปากหาเสียง
5 พรรคการเมืองยาหอม ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม กระตุ้นลงทุน เรียกความเชื่อมั่น
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเวทีรับ 5 พรรคการเมืองชี้แจงนโยบายเศรษฐกิจ เริ่มจาก นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ชูเป้าหมายเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ให้ขยายตัว 8% โดยส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม ส่งออก และท่องเที่ยว เพื่อดึงรายได้จากต่างประเทศ ตั้งเป้ามีเงินลงทุนเข้ามา 1 ล้านล้านบาท
ขณะที่นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นำเทคโนโลยีมาใช้ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงการทำวิจัยและพัฒนา ตลอดจนแก้ไขความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นายเกียรติ สิทธีอมร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนสู่โลก เพิ่มค่าจ้าง 25% ตามเขตพื้นที่ โดยไม่เห็นด้วยให้ทั้งประเทศมีค่าจ้างเท่ากัน
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มรายได้ กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และนายเกษมสันต์ วีระกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคมุ่งนำเสนอการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ และรองรับเข้าสู่เออีซี
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยวันนี้เปรียบเหมือนวัวนมชั้นดีที่ไม่มีใครเลี้ยงดู เอาแต่รีดนม ทั้งภาษีและการคอร์รัปชันของนักการเมือง จึงต้องการให้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ภูมิภาค และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องการนำนโยบายไปปฏิบัติ เพราะแต่ละพรรคต้องการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ลดภาษี แต่ไม่มีที่มาของรายได้ จะบั่นทอนขีดความสามารถ ทุกส่วนควรจะร่วมตรวจสอบว่า เมื่อพรรคใดจัดตั้งรัฐบาลจะทำตาม นโยบายจริงหรือไม่
นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า นโยบายแต่ละพรรคมีแต่ประชานิยม ไม่รู้ว่าจะนำเงินมาจากไหน ใช้เงินมาก โดยเฉพาะพรรคขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจล่มได้ ขณะที่ปัญหาค่าจ้างภาคการเมืองไม่ควรเข้ามาแทรกแซง







