
พบสารตะกั่วในศูนย์เด็กเล็กกทม.เกินค่ามาตรฐาน
ม.มหิดลเผยผลวิจัยพบสารตะกั่วเกินมาตรฐานในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกทม.10แห่งทำให้ไอคิวต่ำ
ม.มหิดลเผยผลวิจัยพบสารตะกั่วเกินมาตรฐานในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกทม.10แห่งทำให้ไอคิวต่ำ
พญ.จันทิมา ใจพันธ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ได้ทำการศึกษาและตรวจสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจำนวน 17 ศูนย์ จาก 293 ศูนย์ ทำการตรวจในแต่ละศูนย์ 13 จุด ได้แก่ สีทาบ้าน สีในของเล่น ภาชนะใส่อาหาร น้ำจากน้ำประปา น้ำดื่มในถัง หรือภาชนะจัดเก็บที่มีการเชื่อมด้วยสารตะกั่ว ภาชนะหุงต้มที่มีการเชื่อมด้วยสารตะกั่ว แก้วน้ำ ช้อน ฝุ่นที่พื้น ดินในบริเวณสนามเด็กเล่น ดินสอสี สีเทียน ดินน้ำมัน และโต๊ะเรียน ผลการวิจัยพบว่า สิ่งส่งตรวจจาก 17 ศูนย์ มีทั้งหมด 187 ตัวอย่าง พบมีค่าตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐาน 11 ตัวอย่าง คิดเป็น 5.9 % เป็นตัวอย่างที่มาจากศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 10 ศูนย์ (สำหรับ 10 ศูนย์ฯ ประกอบด้วย 1. เคหะนคร 2. ดวงประทีป 3. ร่วมพัฒนา 4. พัวซิวติ่ง 5. มาลุลอิสลาม 6. ริมคลองสามเสน 7.วัดศาลาแดง 8. สะพาน 1 9. ไฮเทคเอพพาเรล และ 10. บางชัน) โดยพบว่า สีทาบ้านพบความผิดปกติมากที่สุด 9 ศูนย์ ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำมันที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนจำนวนมาก ที่เหลือพบในดิน และโต๊ะเรียน
พญ.จันทิมา กล่าวต่อว่า ระดับสารตะกั่วที่พบในสีทาบ้านมีค่าตั้งแต่ 44 - 4,212 พีพีเอ็ม (ส่วนในล้านส่วน) โดยค่าปกติต้องไม่เกิน 90 พีพีเอ็ม ทั้งนี้ได้ทำการตรวจยืนยันผลอีกครั้ง โดยเก็บตัวอย่างส่งตรวจวัดระดับสารตะกั่ว ผลที่ได้ยังสูงเช่นเดิม โดยระดับสารตะกั่วในสารละลายมีค่าสูงสุด 6,779 พีพีเอ็ม และระดับสารตะกั่วทั้งหมดมีค่าสูงสุด 32,400 พีพีเอ็ม
พญ.จันทิมา กล่าวและว่า ขั้นตอนต่อไปจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ควบคุมระดับสารตะกั่วที่พบในสีทาบ้านต่อไป นอกจากนี้จะแจ้งให้ กทม. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งดูแลสถานเลี้ยงเด็กเอกชน และ กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังต่อไป
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า การตรวจพบ 10 ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนมีสารตะกั่วสูงเกินมาตรฐาน เป็นการสุ่มเจอเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า 10 แห่งเป็นศูนย์อันตรายที่สุด เพราะยังเหลืออีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามในจำนวน 10 ศูนย์ ได้ลงมือแก้ไขไปแล้ว 5 ศูนย์ โดยการทำความสะอาดพื้นผิวและทาสีใหม่
นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภาในฐานะประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าสารตะกั่วเป็นมลพิษในสิ่งแวดล้อมที่ก่ออันตรายอย่างร้ายแรงต่อเด็ก หากได้รับปริมาณมากในวัยเด็กจะมีผลต่อระดับสติปัญญา หรือไอคิว สมอง และระบบประสาท ได้ โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่สุดของชีวิตที่มีการพัฒนาของสมอง ในปี 2550 ราชวิทยาลัยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการวิเคราะห์สุขภาวะของเด็กและเยาวชนไทย พบว่า 30 % ของเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการที่ล่าช้า ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย แต่สารตะกั่วสูงในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กก็เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งด้วย







