
แหยงรัฐบาลใหม่ดัมพ์เงิน
ธปท.ห่วงประชานิยมดันเงินเฟ้อพุ่ง ครึ่งปีหลังเห็นภาพชัด ใช้นโยบายการเงินสกัดขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป
ธปท.ห่วงประชานิยมดันเงินเฟ้อพุ่ง ครึ่งปีหลังเห็นภาพชัด ใช้นโยบายการเงินสกัดขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป
นายยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า รู้สึกหนักใจนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองต่างๆ หากได้รัฐบาลชุดใหม่แล้วมีการอัดฉีดเงินลงไปในโครงการที่ใช้หาเสียงในช่วงครึ่งปีหลัง จะดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นมาก จึงเป็นหน้าที่ของ ธปท.ที่ต้องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจด้วยการทยอยขึ้นดอกเบี้ย
“ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายหักลบเงินเฟ้อก็ยังทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบอยู่ จึงยังเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น” นายยรรยง กล่าว
นายยรรยง กล่าวว่า ธปท.ได้สอบถามความกังวลผู้ประกอบการต่อการทำธุรกิจในขณะนี้พบว่าผู้ประกอบการเป็นห่วงปรับราคาสินค้าได้ยาก และต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ไม่ดี สะท้อนกำไรผู้ประกอบการลดลง
ผู้ประกอบการต่างระบุว่า ปรับราคาสินค้าไม่ได้ เพราะถูกควบคุมราคา แต่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น จะเริ่มผ่อนคลาย มีการปรับราคาสินค้าขึ้น
นายยรรยง กล่าวว่า ด้านลงทุนของภาคเอกชนมีสัญญาณที่ดี อัตราการเติบโต 10% แต่รัฐบาลยังมีโจทย์ใหญ่คือ การเข้ามาสานต่อการลงทุน โดยเฉพาะการผลักดัน พ.ร.บ.ร่วมทุน รัฐบาลใหม่ควรผลักดันให้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นโครงการใหญ่ๆ ที่รออยู่จะเกิดอุปสรรค ขณะนี้สภาพแวดล้อมบรรยากาศการลงทุนไปด้วยดี จึงอยากเห็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริง และควรมีวาระแห่งชาติ โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ในด้านการศึกษา พลังงาน และการใช้นวัตกรรม
นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า คาดว่า ธปท.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในเดือน ก.ค. และ ส.ค. ครั้งละ 0.25% ซึ่งจะทำให้ในสิ้นปีดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% ขณะที่สหรัฐจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่งจะทำให้เงินไหลเข้าไทยเร็วกว่าที่คาด
ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าอยู่ที่ 29 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนปีหน้าอยู่ที่ 28 บาท/ เหรียญสหรัฐ







