
TTAไม่จัดประชุมผู้ถือหุ้น
โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ตามข้อเสนอของผู้ถือหุ้น เนื่องจากไม่เป็นตามข้อกำหนดของกฎหมาย
โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ตามข้อเสนอของผู้ถือหุ้น เนื่องจากไม่เป็นตามข้อกำหนดของกฎหมาย
คณะกรรมการบริษัทโทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์(TTA) ปฎิเสธการจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ตามข้อเสนอของผู้ถือหุ้นจำนวน 75คนที่รวบรวมหุ้นได้ทั้งหมด 10% เนื่องจากไม่เป็นตามข้อกำหนดของกฎหมาย โดยผู้ถือหุ้นที่เข้าชื่อมามีไม่ถึง 10% ของจำนวนหุ้นที่ได้ชำระแล้วของบริษัทฯ
ขณะเดียวกันคณะกรรรมการบริษัทมีมติอนุมัติ จ่ายปันผลจากกำไรสะสมในอัตราหุ้นละ 050 บาทคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.74%ให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 6 ก.ค. 2554กำหนดจ่ายเงินในวันที่18 ก.ค. 2554
ม.ล. จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ถือหุ้นต่างๆ หลายครั้ง และจากการที่บริษัทฯ ไม่มีแผนในการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ บอร์ดจึงมีมติให้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้นโดยรวม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าว เป็นผลมาจากการหารือกับผู้ถือหุ้นเป็นจำนวนมากมาระยะหนึ่งแล้วพบว่า สิ่งที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ต้องการคือเงินปันผลเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเมื่อรวมกับเงินปันผลจำนวน 0.26 บาทที่ประกาศจ่ายไปเมื่อต้นปี คิดเป็นผลตอบแทนรวม 4.2% จากราคาหุ้นที่ 18.20 บาท
หลังจากจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว บริษัทฯ จะยังคงมีเงินสดเพียงพอ สำหรับการดำเนินงานตามแผนการธุรกิจที่ได้วางไว้ ซึ่งในบางกลุ่มธุรกิจก็มีสภาพการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง รวมถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจพลังงานและกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่มธุรกิจขนส่ง
ในเรื่องคำร้องขอจากผู้ถือหุ้นจำนวน 75 ราย ให้มีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นนั้น เนื่องจากจำนวนหุ้นรวมและสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าว มีไม่ถึง10 %ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วของบริษัทฯ จึงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด โดยเกิดจากการที่ผู้ถือหุ้นบางรายไม่มีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นตามบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) ส่งมาให้บริษัทฯ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนหุ้นน้อยกว่าที่แจ้งไว้ในจดหมายร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บอร์ดจึงได้พิจารณาว่า บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมวิสามัญตามที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าวร้องขอ และพิจารณาวาระการประชุมที่กลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้เสนอมาแล้ว เห็นว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ
“บอร์ดลงความเห็นว่า บริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (วอแรนต์) ในขณะนี้” ม.ล. จันทรจุฑากล่าว
การออกวอร์แรนต์แม้ว่าผู้ถือหุ้นสามารถขายวอแรนต์ออกไปได้ก่อนครบกำหนดอายุของวอแรนต์ แต่ก็ขึ้นกับแนวโน้มของสภาพตลาดในขณะนั้น ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนเป็นเงินสดจากการขายวอแรนต์มีความผันผวนสำหรับผู้ถือหุ้นมากกว่าในกรณีการจ่ายเงินปันผลในรูปเงินสดตามปกติ ในส่วนผลประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับจากการออกวอแรนต์นั้นมีความไม่แน่นอน เนื่องจากยังไม่มีการเพิ่มทุนเข้ามาในบริษัทฯ ทันที
นอกจากนี้ การออกวอแรนต์ในอัตราส่วน 1:4 ยังทำให้จำนวนของวอแรนต์ทั้งหมดคิดเป็น20% ของทุนจดทะเบียนในอนาคต ดังนั้น ถ้ามีการใช้สิทธิแปลงสภาพวอแรนต์ทั้งหมดเป็นหุ้นของบริษัทฯ ก็จะส่งผลถึงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากหุ้นของบริษัทฯ มีสภาพคล่องสูงมากอยู่แล้ว บริษัทฯ จึงไม่จำเป็นต้องมีสภาพคล่องเพิ่มเติมจากการแปลงสภาพวอแรนต์
สำหรับวาระเรื่องการเปลี่ยนรอบบัญชีของบริษัทนั้น ม.ล.จันทรจุฑา ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทฯ ได้มีการ รายงานผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกไตรมาส ในช่วงเวลาเดียวกับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ อยู่แล้ว ดังนั้น หากนักลงทุน ต้องการจะเปรียบเทียบผลประกอบการของบริษัทฯ กับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ จึงสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
“การที่บริษัทฯ มีรอบบัญชีที่แตกต่างไปจากบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ อย่างเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ต.ค-ก.ย.) ยังให้ ประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้ตรวจสอบบัญชีมีเวลาทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องไปเร่งกระจุกตัวอยู่ตามรอบบัญชีทั่วไป และที่สำคัญคือ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นสามารถแบ่งเวลามาเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี ซึ่งบริษัทฯ จัดขึ้นภายในเดือนมกราคมของทุกปีได้ ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ต้องไปแย่งจัดประชุมพร้อมกันในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นในหลายบริษัท ไม่สามารถไปร่วมการประชุมทุกบริษัทตามที่ต้องการได้” ม.ล. จันทรจุฑา กล่าว







