
ซีพีเอฟ ชี้ อุตสาหกรรมอาหารยังเติบโตได้ดี
ซีพีเอฟ ชี้อุตสาหกรรมอาหารยังเติบโตได้ดี คาดผลการดำเนินงานปี 53 โดดเด่นต่อเนื่อง
ซีพีเอฟ ชี้อุตสาหกรรมอาหารยังเติบโตได้ดี คาดผลการดำเนินงานปี 53 โดดเด่นต่อเนื่อง
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้เวลาที่จะสรุปผลประกอบการปี 2552 ของซีพีเอฟแล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายและคาดว่าในปี 2553 บริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารยังคงเติบโตได้ดี
นายอดิเรก กล่าวอีกว่า สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยที่หลายฝ่ายต่างก็เป็นห่วงความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและเกิดความไม่เข้าใจกันในสังคม ทำให้รัฐบาลทำการบริหารบ้านเมืองได้ค่อนข้างยาก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลใจ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเคยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองหลายเหตุการณ์แต่ก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆมาได้ทุกครั้ง
สำหรับซีพีเอฟซึ่งดำเนินธุรกิจด้านอาหาร ที่นับเป็นปัจจัยพื้นฐานประจำวันในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดก็ตามอาหารยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก จนอาจกล่าวได้ว่า ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต ดังเช่น เหตุการณ์วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 หรือวิกฤตซัพไพร์ม ในปี 2551ต่อเนื่องปี 2552
ผลประกอบการของซีพีเอฟก็ยังคงดำเนินไปได้ด้วยดี หรือในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อปีที่ผ่านมาซีพีเอฟก็สามารถทำกำไรในไตรมาส 3 ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ผลการดำเนินงานดังกล่าว เกิดจากการมุ่งเน้นในด้านพัฒนาประสิทธิภาพทั้งการผลิต การขาย กระบวนการทำงาน รวมถึงการบริหารการเงิน ตลอดจนการสร้างแบรนด์ และขยายช่องทางจัดจำหน่าย เช่น ซีพีเฟรชมาร์ท ซึ่งในปี 2553 นี้ ซีพีเอฟจะยังคงใช้กลยุทธ์การดำเนินงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป
ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 19 ก.พ. 2553 บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อสรุปผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4 ปี 2552 และผลการดำเนินงานทั้งปี 2552 พร้อมกับพิจารณาการจ่ายเงินปันผลช่วงครึ่งปีหลังซึ่งเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้น...นายอดิเรกกล่าว







