
พาณิชย์เสียงอ่อย รับหมูแพงเกินราคาควบคุม
“พาณิชย์” ลุยจัดมหกรรมธงฟ้า 18-20 มิ.ย. ที่สนามธูปะเตมีย์ ขนเนื้อหมู ข้าวสาร ปาล์ม ไข่ ถูกกว่าราคาตลาดขายช่วยประชาชน ชี้ มิ.ย.-ก.ค. จะจัดได้ครบ 623 ครั้งทั่วประเทศ รับเนื้อหมูยังแพงเกินราคาควบคุม
“พาณิชย์” ลุยจัดมหกรรมธงฟ้า 18-20 มิ.ย. ที่สนามธูปะเตมีย์ ขนเนื้อหมู ข้าวสาร ปาล์ม ไข่ ถูกกว่าราคาตลาดขายช่วยประชาชน ชี้ มิ.ย.-ก.ค. จะจัดได้ครบ 623 ครั้งทั่วประเทศ รับเนื้อหมูยังแพงเกินราคาควบคุม
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯจะเร่งจัดงานมหกรรมลดค่าครองชีพประชาชน เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพให้ประชาชน โดยล่าสุดจะจัดในวันที่ 18-20 มิ.ย.นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำหน่ายในราคาลดพิเศษจากท้องตลาด 20-40% โดยมีสินค้าสำคัญ ได้แก่ เนื้อหมูจาก กก.ละ 135 บาท เหลือ 90 บาท ข้าวสารถุง 5 กก. จาก 210 บาท เหลือ 145 บาท น้ำมันปาล์มขวดจาก 47 บาท เหลือ 40 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 จากถาด 30 ฟอง 102 บาท เหลือ 80 บาท น้ำตาลทรายถุง จาก กก. 23.50 บาท เหลือ 18 บาท คาดว่ามีประชาชนเข้าร่วมงาน 1.5 แสนคน และลดค่าครองชีพประชาชนได้ประมาณ 35-40 ล้านบาท นอกจากนี้วันที่ 24-27 มิ.ย.นี้ จะมีการจัดต่อที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ และกระจายจัดงานทั่วประเทศตลอดเดือน มิ.ย.-ก.ค.54 รวมทั้งสิ้น 623 ครั้ง
สำหรับปัญหาเนื้อราคาหมูแพง ยอมรับว่าขณะนี้มีบางพื้นที่ขายเกินราคาที่กรมกำหนดอยู่ โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีต้นทุนการขนส่งสูง รวมถึงหมูเป็นหน้าฟาร์มบางพื้นที่ยังขายอยู่ที่ กก.ละ 71-72 บาท สูงกว่าที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70 บาท แต่ได้ขอความร่วมมือสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติให้ดูแลราคาขายเข้มงวดขึ้น และคาดว่าในวันพระสัปดาห์หน้า ราคาหมูเป็นน่าจะเหลือไม่เกินกก.ละ 70 บาทเท่ากันหมด ซึ่งจะทำให้ราคาหมูเนื้อแดงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่ากับ กก.ละ 130 บาท ภาคเหนือและอีสาน 135 บาท และภาคใต้ 140 บาท
ด้านสถานการณ์ไก่เนื้อหลังเกิดข่าวนำซากไก่เน่ามาชำแหละขาย อาจจะกระทบต่อการบริโภคไก่ในบางพื้นที่เท่านั้น แต่ภาพรวมการบริโภคไก่ในประเทศยังถือว่าปกติ และกรมจะคงราคาแนะนำเนื้อไก่ที่กก.ละ 70 บาทต่อไป ส่วนการส่งออกต่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบ และไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อจากไทย เพราะปัจจุบันไทยส่งออกไก่ต้มสุกเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไก่สด อีกทั้งประเทศนำเข้าในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือญี่ปุ่น ก็เข้มงวดมาตรฐานสินค้าที่ต้องมีใบรับรองในทุกขั้นตอนเพื่อยืนยันคุณภาพอยู่แล้ว
ขณะที่สถานการณ์ไข่ไก่ขณะนี้ เกษตรกรกังวลว่าจะเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากผลผลิตออกมามากกว่าความต้องการของผู้บริโภคนั้น กระทรวงฯจะร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รณรงค์ให้ประชาชนบริโภคไข่ไก่มากขึ้น รวมทั้งเชื่อมโยงตลาดให้ผู้ผลิตเป็นมาตรการระยะยาว เพื่อกระจายสินค้าไปยังสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ







