
‘สิงห์’บูม10ไร่ที่ดินสถานทูต
ผุดโครงการมิกซ์ยูสดันรายได้กลุ่มนอกน้ำเมา
ผุดโครงการมิกซ์ยูสดันรายได้กลุ่มนอกน้ำเมา
สิงห์ ลุยอสังหาฯ หลังคว้าที่สถานทูตญี่ปุ่น 10 ไร่ เล็งผุดโครงการมิกซ์ยูส หารายได้นันแอลกอฮอล์เป็น 30% ใน 5 ปี
นายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดนันแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เจ้าของและผู้ทำตลาดเบียร์และเครื่องดื่มตราสิงห์ เปิดเผยว่า หลังบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลที่ดินบนพื้นที่ 9 ไร่ ในสถานทูตญี่ปุ่นเดิม และดำเนินการจัดซื้อเพิ่มอีก 1 ไร่ ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) รวมเป็น 10 ไร่ ย่านแยกอโศก-เพชรบุรี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากมูลค่าที่ดินทำเลดังกล่าวในปัจจุบันอยู่ที่ 5.2 แสนบาทต่อ ตร.ว. เพื่อพัฒนาโครงการต่อไป
ทั้งนี้ ตามนโยบายที่นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้มอบไว้ให้ธุรกิจในเครือบริษัทมุ่งไปธุรกิจอื่นๆ หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ปราศจากแอลกอฮอล์มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มนันแอลกอฮอล์จาก 10% หรือ 1 หมื่นล้านบาท เป็น 30% ใน 5 ปี
บริษัทถือเป็นผู้ครอบครองสิทธิขาดในที่ดินผืนดังกล่าว เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับผังโครงสร้างการดำเนินธุรกิจใหม่ดังกล่าวว่าจะต้องมีบริษัทแยกออกมาดูแลเองหรือไม่ รวมถึงแนวทางการพัฒนาโครงการใหม่ดังกล่าวว่าจะเป็นรูปแบบใด ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะพัฒนารูปแบบโครงการในลักษณะมิกซ์ยูส เช่น อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และแหล่งจับจ่ายสินค้า หรือช็อปปิ้งมอลล์ เป็นต้น
สำหรับแนวทางดังกล่าว เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจของบริษัทด้านการร่วมลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการต่างๆ ในอนาคต จากเดิมที่นายสันติดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในโครงการส่วนตัว อาทิ สันติบุรี และบ่อผุดบุรี ในเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และโครงการภูเลบุรี ของคนในตระกูลภิรมย์ภักดี เป็นต้น รวมทั้งโครงการสนามกอล์ฟใน จ.เชียงราย และการขายที่ดินในทำเลอื่นๆ เป็นต้น รวมถึงสนใจขยายธุรกิจใหม่ในกลุ่มพลังงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในรูปแบบใด
นายสันต์ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 130 ล้านบาท พัฒนาสินค้าใหม่ในหมวดขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ประเภทสาหร่ายปรุงรสภายใต้ชื่อ “มาชิตะ” ซึ่งเป็นภาษาเกาหลี แปลว่า อร่อย เพื่อทำตลาดอย่างจริงจัง หลังเห็นโอกาสทางธุรกิจจากตลาดสาหร่ายปรุงรสเติบโตดีเฉลี่ย 10% ในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทได้นำสาหร่ายปรุงรสมาชิตะวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นและห้างโมเดิร์นเทรดแล้ว คาดว่าสิ้นเดือนนี้จะวางสินค้าได้ครอบคลุมทุกช่องทางจำหน่าย
“ก่อนหน้านี้เราเคยมีสินค้าในกลุ่มขนมขึ้นรูปภายใต้แบรนด์ เอ็นจอย เข้ามาทดลองทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศประมาณ 2 เดือน ซึ่งก็ได้ผลการตอบรับที่ดี แต่เนื่องจากสินค้าในกลุ่มปลาปรุงรส เป็นสินค้าที่มีอายุในการบริโภคค่อนข้างสั้น จึงทำให้บริหารสต๊อกสินค้าค่อนข้างยาก เลยต้องยกเลิกสินค้าไป ก่อนวางตลาดจริงจังช่วงกว่าปีที่ผ่านมา” นายสันต์ กล่าว







