
ทิสโก้แนะเก็บหุ้นรอบใหม่
ต่างชาติหนีการเมืองจังหวะเข้าซื้อมั่นใจศก.โลกฟื้นเชียร์‘สหรัฐ-จีน’
ต่างชาติหนีการเมืองจังหวะเข้าซื้อมั่นใจศก.โลกฟื้นเชียร์‘สหรัฐ-จีน’
บลจ.ทิสโก้ ชี้หุ้นทั่วโลกผันผวน โอกาสลงทุนหุ้นสหรัฐ-จีนราคาถูก เชียร์นักลงทุนระยะยาวหาจังหวะเก็บหุ้นไทยรอบใหม่ ลุ้นรับ 20%
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงติดต่อกันกว่า 6 สัปดาห์ มองว่าเป็นโอกาสเข้าลงทุน
ทั้งนี้ หากพิจารณาพื้นฐานทางเศรษฐกิจโลกโดยรวมคาดว่าปีนี้จะฟื้นตัวต่อเนื่องอยู่ในระดับประมาณ 4% โดยครึ่งปีหลังจะดีขึ้น จากภาคอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาผลิตได้ใหม่ ทำให้ปัจจัยลบหลักๆ คลี่คลายลง
“ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาสูงกว่าที่นักลงทุนคาด ทำให้นักลงทุนมองการฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐและโลกจะเติบโตช้าลง อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนของมาตรการที่จะต้องช่วยเหลือกรีซของประเทศในกลุ่มยุโรปที่จะกระทบบรรยากาศในการลงทุนเป็นระยะ” นายธีรนาถ กล่าว
สำหรับหุ้นไทยที่ปรับตัวลงในช่วงนี้ ไม่น่ามาจากปัจจัยการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคใดจะเข้ามาสานต่อ แต่มองว่ามาจากปัจจัยลบจากต่างประเทศมากกว่า เพราะหุ้นไทยลงในรอบนี้ใกล้เคียงกับหุ้นสหรัฐและหุ้นในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก
อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบทางการเมืองจะกระทบตลาดหุ้นในระยะสั้น เพราะหุ้นบริษัทใหญ่ๆ หลายตัวที่ถูกต่างชาติขายออกมาเมื่อราคาปรับลดลงมาถึงระดับหนึ่ง ก็จะเพิ่มความน่าสนใจให้ผู้ลงทุนไทยกลับเข้าไปลงทุนใหม่
นายธีรนาถ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนหุ้นต่างประเทศ แนะนำหุ้นสหรัฐ เพราะบริษัทขนาดใหญ่ทำการค้าทั่วโลกย่อมได้ผลดีหากเศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนตลาดเอเชียแนะนำหุ้นจีนโดยเฉพาะหากเศรษฐกิจทางภูมิภาคเอเชียยังเติบโตดีอยู่เช่นนี้ ก็จะทำให้บริษัทเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในดัชนี S&P 500 น่าจะมีการเติบโตของรายได้และผลกำไรตามไปด้วย HShare ราคาถูกที่สุดในตลาดเอเชีย หากไม่นับเกาหลีใต้ โดยซึ่งหากหุ้นจีน HShare ที่ปัจจุบันซื้อขายในระดับพีอี ประมาณ 1011 เท่า และสามารถกลับมาซื้อขายในระดับพีอีเฉลี่ยที่ 14 เท่าตลาดหุ้นจีนก็น่าจะมีโอกาสสร้างกำไรได้ถึง 35-40%
สำหรับหุ้นไทยต้องเน้นไปที่จังหวะที่จะเข้าซื้อหรือระดับดัชนี หากมองเป้าหมายที่ 1,200 จุดสิ้นปีนี้ จากราคาปัจจุบันประมาณ 1,000 จุด โอกาสรับผลตอบแทนได้ถึง 20% จึงแนะนำสำหรับผู้ลงทุนให้แบ่งลงทุนหุ้นบ้างอย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้า เพราะในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น การลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไม่มีโอกาสทำกำไรได้เลย โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว







