
ปตท.กดดันขึ้นราคาเอ็นจีวีแก้ขาด
ปตท.ย้ำรัฐบาล ขอขึ้นราคาเอ็นจีวีตามต้นทุนจริงอีก 3.50-5.50 บาท/กก. จากตรึงไว้ที่ 8.50 บาท
ปตท.ย้ำรัฐบาล ขอขึ้นราคาเอ็นจีวีตามต้นทุนจริงอีก 3.50-5.50 บาท/กก. จากตรึงไว้ที่ 8.50 บาท
นายเติมชัย บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.ได้เสนอตัวเลขต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) ที่แท้จริงให้กระทรวงพลังงานพิจารณา หวังจะให้มีการทบทวนการปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีในอนาคต โดยเบื้องต้นเมื่อคำนวณจากราคาเนื้อก๊าซจากต้นทางบวกกับค่าดำเนินการปั๊ม หรือสถานีจ่าย ค่าการตลาด และค่าขนส่งแล้ว ราคาเอ็นจีวีจะต้องปรับเพิ่มขึ้น 3.50-5.50 บาท/กก. หรือราคาเอ็นจีวีมาอยู่ที่ 12-14 บาท/กก.
ทั้งนี้ ภาระขาดทุนเอ็นจีวีที่ ปตท.มีอยู่กว่า 2.7 หมื่นล้านบาทนั้น ทำให้การขยายปั๊มเอ็นจีวีมีข้อจำกัดมากขึ้น จนไม่สามารถรองรับกับความต้องการของผู้ใช้เอ็นจีวีได้ทั่วถึง โดยปัจจุบันมีปั๊มเปิดให้บริการอยู่ 440 แห่ง และจะเปิดเพิ่มให้ครบเพียง 500 แห่งเท่านั้น แต่หลังจากนี้ต้องรอดูนโยบายของกระทรวงพลังงานจะให้ปรับราคาเอ็นจีวีหรือไม่ เพราะหากขยายปั๊มเพิ่มก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
อย่างไรก็ตาม นโยบายการกำหนดราคาเอ็นจีวีนั้น เดิมเมื่อปี 2545 กำหนดไว้ว่าจะต้องมีราคาเอ็นจีวีในอัตรา 50% ของราคาดีเซล หรือคิดเป็น 60% ของราคาเบนซิน 91 แต่หลังจากนั้นเมื่อปี 2550 ได้มีการทบทวนเงื่อนไขดังกล่าว โดยให้ราคาเอ็นจีวีเป็นราคาเดียวกับที่ขายให้กับการไฟฟ้าเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าแทน ซึ่งในทางปฏิบัติจริงก็ยังถูกสั่งให้ตรึงราคาไว้ 8.50 บาท/กก. จนถึงปัจจุบัน
นายเติมชัย กล่าวว่า ปัญหาก๊าซขาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเริ่มคลี่คลาย และยืนยันว่าจะขยายการให้บริการเอ็นจีวีต่อไป เพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีการจ่ายเอ็นจีวี 7,000 ตัน/วัน ซึ่งความต้องการใช้ประมาณ 6,400 ตัน/วัน เป็นการขยายตัวที่เร็วมากเฉลี่ย 20% ขณะที่รถยนต์ได้หันไปใช้เอ็นจีวีเพิ่มขึ้นวันละ 400-500 คัน
ปตท.ยืนยันไม่ได้มีการลดการจ่ายก๊าซ แต่ปัญหาที่ก๊าซขาดในภาคอีสานและเหนือนั้นเพราะไม่มีระบบท่อก๊าซไปถึง จึงจำเป็นต้องพึ่งพาระบบขนส่งซึ่งต้องใช้เวลาในขณะที่สร้างสถานีจ่ายไม่ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาระยะยาวหากภาครัฐทบทวนการปรับราคาเอ็นจีวีให้กับปตท.ก็จะทำให้มีเงินไปลงทุนขยายปั๊มได้มากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งการปรับขึ้นราคาไม่ต้องปรับครั้งเดียวไปถึง 56 บาทก็ได้ แต่ค่อยทยอยปรับ 6 เดือนครั้ง หรือ ปีละครั้ง ตามความเหมาะสม ”นายเติมชัยกล่าว







