
ธปท.เผยเงินทุนไหลเข้าอาเซียนแรง
ธปท.แจงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจเงินทุนต่างชาติปีนี้ไหลเข้าภูมิภาคอาเซียนเร็วและแรงขึ้น มีผลต่อค่าเงินบาท จับตาช่วง2สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินทุนไหลออกเร็ว
ธปท.แจงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจเงินทุนต่างชาติปีนี้ไหลเข้าภูมิภาคอาเซียนเร็วและแรงขึ้น มีผลต่อค่าเงินบาท จับตาช่วง2สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินทุนไหลออกเร็ว
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวชี้แจงเรื่อง"นโยบายการเงินกับการมุ่งสู่การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรี ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ว่า ตั้งแต่เกิดปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มเศรษฐกิจประเทศพัฒนาหลัก(จี3)ประสบปัญหาเติบโตน้อยกว่าภูมิภาคเอเชียเงินทุนจากต่งประเทศก็ไหลเข้ามาไทยมากขึ้น ก้อนใหญ่ขึ้น เข้าออกรวดเร็วขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทให้มีความผันผวนมากขึ้น โดยปี53ทั้งปีเงินทุนไหลเข้า 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.87 แสนล้านบาท แต่ปีนี้ไตรมาสแรกไหลเข้ามาแล้ว 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.36 แสนล้านบาท ซึ่งมีผลต่อค่าเงินบาทบ้างแต่ไม่มาก เนื่องจากเงินมีทั้งไหลเข้าและออก ค่อนข้างสมดุล ทำให้ธปท.ไม่ต้องดูแลอะไรมาก
"ไตรมาส2เงินทุนยิ่งไหลเข้ามาเยอะ เป็นหลักหมื่นล้านเหรียญแล้ว แต่เงินทุนเคลื่อนย้ายก็สมดุลมากขึ้น อย่างช่วง2สัปดาห์ที่ผ่านมาไหลออกเร็วมากทั้งจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ซึ่งน่าจะเป็นผลจากความไม่มั่นใจการเมืองหลังเลือกตั้งด้วยอย่างที่สถาบันการจัดอันดับได้ให้ความเห็นต่อนักลงทุนด้วย แต่ผลต่อเงินบาทถึงจะผันผวนบ้างก็ยังไม่กระทบธุรกิจการค้าขายมากนัก ยังต้องติดตามดูต่อไป" นายประสารกล่าว
นายประสาร กล่าวว่า ยอมรับว่าการเปิดเสรีประชาคมอาเชียนมีผลกระทบถ้าดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับแข่งขันได้ไม่ได้ เพราะถ้าเปิดเสรีแล้วไทยปล่อยให้เงินเฟ้อสูงมากไม่ได้ เพราะจะแข่งขันกับเพื่อนบ้านไม่ได้ จึงต้องขึ้นดอกเบี้ยดูแลการคาดการณ์เงินเฟ้อต่อเนื่อง แต่เงินเฟ้อสูงมีแนวโน้มลดลงได้ในช่วงไตรมาส4ปีนี้หรือต้นปีหน้า ซึ่งการดูแลเงินเฟ้อต้องช่วยกันดูแลทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง







