posttoday
เฉ่งแจกแหลกรัฐล้มละลาย

เฉ่งแจกแหลกรัฐล้มละลาย

09 มิถุนายน 2554

“พรายพล” ห่วงนโยบายแจกแหลกเพื่อหาเสียงแจกทำหมดประเทศล้ม วิตกลดแวต

“พรายพล” ห่วงนโยบายแจกแหลกเพื่อหาเสียงแจกทำหมดประเทศล้ม วิตกลดแวต

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า นโยบายการหาเสียงก็คือการหาเสียง แต่ก็ทำให้เป็นกังวลได้ ถ้านำนโยบายหาเสียงมาทำจริงๆ ทั้งหมดคงไม่น่าห่วงเพียงแค่เงินเฟ้อ แต่อาจจะรุนแรงถึงขั้นกลายเป็นความล้มละลายของรัฐบาลได้

กรรมการ กนง. กล่าวว่า เท่าที่ติดตามดูมีการสัญญาผ่านนโยบายที่จะทำมากมาย ถ้าทำทั้งหมดตามที่พูดไว้จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยโตเกินศักยภาพ ส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งขึ้นรวดเร็วและสร้างปัญหาภาระการคลังด้วย

“การสัญญาจะให้โน่น นี่ นั่นสัญญาได้ แต่ก็ควรดูการคลังของ ประเทศด้วยว่า จะรับภาระค่าใช้จ่ายได้มากแค่ไหน เพราะบางอย่างที่สัญญาแล้วมันใช้ไปตลอดชาติ นโยบายกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น ขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ขึ้นค่าจ้าง 25% ใน 2 ปี มันมีผลต่อเงินเฟ้อ เพราะถ้าขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเรื่องที่ดีน่าสนับสนุน เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นค่าจ้างก็ควรจะขึ้น แต่จะขึ้นแค่ไหนก็ควรดูให้เหมาะสม เพราะเอาเข้าจริงจะกลายเป็นรัฐบาลผลักภาระไปให้ภาคเอกชน ต้นทุนเอกชนเพิ่ม เขาก็ต้องผลักภาระไปสู่ราคาสินค้า จึงมีผลกับเงินเฟ้อ” นายพรายพล กล่าว

นายพรายพล กล่าวว่า นโยบายการหาเสียงเรื่องลด แลก แจก แถม ตั้งกองทุนอุดหนุนต่างๆ ก็สำคัญน่าเป็นห่วง เพราะมีผลต่อกระเป๋าเงินของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการลดภาษีในรูปแบบต่างๆ น่าจะสร้างผลกระทบต่อภาระงบประมาณมากที่สุดก็ยังไม่ชัดนัก เพราะแต่ละคนในแต่ละพรรคก็ยังพูดไม่ตรงกัน

“เท่าที่ดูนโยบายลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง 2% น่าห่วงที่สุด เพราะเป็นรายได้หลักของรัฐบาล ถ้าทำจริงๆ มีปัญหาแน่ เนื่องจากจริงๆ แล้วควรเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไป ดังนั้นอะไรที่เกี่ยวข้องกับภาระหนี้หรือรายได้ รายจ่ายของรัฐ ควรมีการเปิดกระเป๋าอธิบายกันให้สังคมเข้าใจ” นายพรายพล กล่าวด้วยว่าอะไรทำได้อะไรไม่ควรทำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมบัญชีลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ควรออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องเหล่านี้ด้วย

“สถานการณ์ช่วงนี้สื่อและนักวิชาการต้องทำงานหนัก ต้องช่วยกันเตือนอะไรมากไปหรือน้อยไป เพราะนโยบายบางอย่างที่หาเสียงไปอาจจำเป็นต้องผิดสัญญาบ้าง หรือทำล่าช้าบ้าง ก็พอรับได้ เพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจมากนัก เพราะสัญญาแล้วไม่ทำเลยก็คงไม่ถูก ในเมื่อรับปากประชาชนไว้แล้วว่าจะบริหารอย่างนั้น แต่ผมยังเชื่ออยู่ว่านักการเมืองจะมีสติอยู่พอสมควร คงไม่ทำทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการลดภาษี เพิ่มภาระงบประมาณ เพราะมันเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจประเทศ” นายพรายพลกล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ