
ซีพีฯลุ้นนายกฯใหม่ตัวแปรข้าว
ชี้ราคาปรับตามนโยบายแต่ละพรรคหวังครึ่งปีหลังตลาดดี-บุกร้านอาหาร
ชี้ราคาปรับตามนโยบายแต่ละพรรคหวังครึ่งปีหลังตลาดดี-บุกร้านอาหาร
ซี.พี.ฯ คาดแนวโน้มข้าวครึ่งปีหลังราคาดี ตามเก้าอี้นายกฯ ชี้ถ้าเป็นผู้หญิงดันราคาข้าวพุ่ง 40% เพราะรับจำนำอย่างเดียว พร้อมลุย ฟู้ด เซอร์วิส
นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าข้าวตราฉัตรในเครือซีพี เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาข้าวในครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากความต้องการข้าวในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยขณะนี้ประเทศไทยส่งออกข้าวไปยังตลาดโลกเฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านตัน
ทั้งนี้ หากไทยยังสามารถรักษาอัตราส่งออกให้อยู่ในระดับนี้ได้ จะทำให้สิ้นปีนี้ประเทศไทยมีการส่งออกข้าวอยู่ที่ 12 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่สูงสุดจากเดิมยอดส่งออกข้าวต่อปีสูงสุดอยู่ที่ 10 ล้านตัน
“ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป เชื่อว่าราคาข้าวน่าจะดีขึ้น เนื่องจากหลายประเทศประสบปัญหาผลผลิตข้าวไม่ดีเท่าที่ควร เวียดนามที่เป็นคู่แข่งหลักของไทยก็เริ่มประสบปัญหาการส่งออกข้าวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะหลายประเทศเริ่มหันมาสั่งซื้อข้าวจากไทยแทนเวียดนาม แม้ว่าราคาไทยจะแพงกว่าเวียดนาม 10 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากคุณภาพข้าวของไทยดีกว่า” นายสุเมธ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวในช่วงครึ่งปีหลัง อาจขึ้นอยู่กับว่าประเทศไทยจะได้ใครเป็นนายกรัฐมตรี โดยหากนายกฯ เป็นผู้หญิง คาดว่าราคาข้าวน่าจะปรับราคาขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 40% เนื่องจากนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เน้นการจำนำราคาข้าวตันละไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท และข้าวหอมมะลิจะรับจำนำเพิ่มจากตันละ 1.4 หมื่นบาท เป็น 2 หมื่นบาท
ไม่ว่าราคาข้าวในขณะนั้นจะเป็นอย่างไรรัฐบาลก็จะรับซื้อในราคาดังกล่าว
ขณะที่หากประเทศไทยได้นายกฯ เป็นผู้ชาย คาดว่าราคาข้าวจะปรับขึ้น 5-10% เนื่องจากนโยบายพรรคประชาธิปัตย์เน้นไปที่การรับประกันราคาข้าวเพิ่มจากตันละ 1.1 หมื่นบาท เป็นตันละ 1.2 หมื่นบาท ซึ่งราคาจะปรับเปลี่ยนตามกลไกของตลาดในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม ในฐานะของภาคเอกชนไม่สามารถสรุปได้ว่าเห็นด้วยกับนโยบายของพรรคการเมืองใด เนื่องจากทั้งสองนโยบายมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย จึงขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องการจะให้พรรคการเมืองใดเข้ามาบริหารประเทศ
ด้านแผนธุรกิจของบริษัทในครึ่งปีหลังนี้ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านช่องทาง “ฟู้ด เซอร์วิส” มากขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 15% มีมูลค่าประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายตามร้านอาหารต่างๆ ได้แล้ว 768 ร้านทั่วประเทศ และสิ้นปีนี้คาดว่าจะขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านอาหารได้เป็น 2,000 แห่งทั่วประเทศ
เพราะคนไทยหันมารับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้นโดยเฉพาะครอบครัวคนรุ่นใหม่ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงมีแผนที่จะส่งพนักงานขายเข้าไปเจรจาธุรกิจตามร้านอาหารต่างๆ โดยในสิ้นปีนี้คาดว่าจะสามารถขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านอาหารได้เป็น 2,000 แห่งทั่วประเทศหลังจากบริษัทรุกขยายช่องทางขายผ่านฟู้ด เซอร์วิส อย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีหน้าจะมีสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางดังกล่าวอยู่ที่ 25% จากปัจจุบัน 10% ขณะที่สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวม 2.6 หมื่นล้านบาท หรือมียอดขายข้าวอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านตัน เติบโต 10% จากปีก่อน แบ่งเป็นยอดขายจากในประเทศ 40% และต่างประเทศ 60%







