
บีโอไออนุมัติ2.5หมื่นล.
ไฟเขียวลงทุน9โครงการในไทย‘ชัยวุฒิ’ยันไม่ชะงักแม้เลือกตั้ง
ไฟเขียวลงทุน9โครงการในไทย‘ชัยวุฒิ’ยันไม่ชะงักแม้เลือกตั้ง
บอร์ดบีโอไอเตรียมอนุมัติ 9 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท “ชัยวุฒิ” ยันการลงทุนไม่ชะงักแม้ช่วงเลือกตั้ง
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนจำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 2.59 หมื่นล้านบาท
ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า แม้ขณะนี้ประเทศไทยจะอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง เปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่นักลงทุนก็ยังสนใจเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องปกติในมุมมองของนักลงทุน และบีโอไอก็เดินหน้าโรดโชว์ชักจูงนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เห็นได้จากการที่มีธุรกิจกลุ่มสิ่งแวดล้อม เช่น ธุรกิจการบำบัดของเสีย การดูแลระบบรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างระบบตรวจสอบ การทำธุรกิจอุปกรณ์โรงงานที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสีย เป็นต้น สนใจเข้ามาสอบถามนโยบายการสนับสนุนด้านการลงทุนของไทยเป็นจำนวนมาก
“นักลงทุนมองว่า เมื่อไทยมีนโยบายและมีสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับธุรกิจกลุ่มรักษาสิ่งแวดล้อม ก็เข้ามาสอบถามและลงสำรวจพื้นที่ใน จ.ชลบุรี สมุทรปราการ ทันที โดยกลุ่มนักลงทุนที่สนใจ ได้แก่ นักลงทุนจากญี่ปุ่น ยุโรป และเกาหลี” นายชัยวุฒิ กล่าว
สำหรับโครงการลงทุนทั้ง 9 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการลงทุนผลิตเหล็กแท่งของบริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ที่ จ.ระยอง กำลังการผลิตปีละ 5.22 แสนตัน มูลค่าการลงทุน 1,650 ล้านบาท 2.โครงการลงทุนผลิตขวดแก้วของบริษัท สยามกลาส อยุธยาที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนคร ศรีอยุธยา กำลังการผลิตปีละ 1.04 แสนตัน มูลค่าการลงทุน 1,487 ล้านบาท
3.โครงการผลิตโคมไฟยานพาหนะของบริษัท ไทย โคะอิโท ที่ จ.ปราจีนบุรี กำลังผลิตปีละ 8.5 แสนชิ้น มูลค่าลงทุน 1,119 ล้านบาท 4.โครงการผลิต Isoprene กำลังผลิตปีละ 6.89 หมื่นตัน ผลิต Piperylene ปีละ 4.37 หมื่นตัน และ Di-Cyclopentadiene ปีละ 4.45 หมื่นตัน ที่นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล จ.ระยอง มูลค่า 3,910 ล้านบาท
โครงการที่ 5.โครงการผลิต Butene–1 ปีละ 5.47 หมื่นตัน และผลิต Methyl tertiary ปีละ 5.47 หมื่นตัน ที่นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล จ.ระยอง มูลค่า 2,960 ล้านบาท 6.โครงการผลิต Paraxylene ปีละ 1.31 แสนตัน และผลิต Benzene ปีละ 1.25 แสนตัน ที่ จ.ชลบุรี บริษัท ไทยพาราไซลีน มูลค่าลงทุน 1,395 ล้านบาท
7.โครงการผลิตสไตรีน โมโนเมอร์ ปีละ 6 หมื่นตัน ที่นิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จ.ระยอง ของบริษัท ไออาร์พีซี มูลค่าลงทุน 6,466 ล้านบาท 8.โครงการผลิตเยื่อกระดาษปีละ 4.2 แสนตัน ของบริษัท 304 พัลพ์ จ.ปราจีนบุรี มูลค่าลงทุน 6,070 ล้านบาท 9.โครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพขนาด 9.36 เมกะวัตต์ ที่ จ.นครสวรรค์ ของบริษัท เอ.ที.ไตร อีโคเนอร์ยี (ตาคลี) มูลค่าลงทุน 850 ล้านบาท







