posttoday

Gold/Silver Ratioตัวช่วยในการเทรด

03 มิถุนายน 2554

มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่ เป็นสำนวนที่แสดงถึงความนิยมและความสัมพันธ์

มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่ เป็นสำนวนที่แสดงถึงความนิยมและความสัมพันธ์

โดย..บริษัท ตลาดอนุพันธ์(ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน)

ระหว่างโลหะเงินและทองคำที่มีมาแต่โบราณกาล จวบจนถึงปัจจุบันนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างโลหะเงินและทองคำก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งสำหรับในแวดวงผู้ลงทุนที่ซื้อขายโลหะเงินและทองแล้ว เครื่องมือหนึ่งที่สามารถนำมาใช้แสดงถึงความสัมพันธ์นี้เรียกว่า Gold/Silver Ratio

อัตราส่วน Gold/Silver Ratio นี้ แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างทองคำและโลหะเงิน ด้วยวิธีการคำนวณง่าย ๆ ครับ คือ นำราคาทองคำต่อ 1 ทรอยเอานซ์ หารด้วยราคาโลหะเงินต่อ 1 ทรอยเอานซ์ ซึ่งค่าที่ได้จะบอกถึงปริมาณโลหะเงินที่จะใช้ในการซื้อทองคำ 1 ทรอยเอานซ์ เช่น ถ้าราคาทองคำอยู่ที่ 1,491 เหรียญสหรัฐ และราคาโลหะเงินอยู่ที่ 34.59 เหรียญสหรัฐ ทำให้ Gold/Silver Ratio จะเท่ากับ 43.10 (เท่ากับ 1,491/34.59) หรือต้องใช้โลหะเงิน 43.10 ทรอยเอานซ์ เพื่อซื้อทองคำ 1 ทรอยเอานซ์

เมื่อราคาทองคำปรับสูงขึ้นหรือราคาโลหะเงินปรับตัวลดลง ก็จะส่งผลให้อัตราส่วน Gold/Silver Ratio นี้ปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งสะท้อนว่าต้องใช้โลหะเงินในปริมาณที่มากขึ้นในการซื้อทองคำ 1 ทรอยเอานซ์ หรือตีความได้อีกอย่างว่าโลหะเงินมีราคาถูกไปเทียบกับทองคำ ในทางตรงข้าม หากราคาโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้นหรือราคาทองคำปรับตัวลดลง ก็จะส่งผลให้อัตราส่วนดังกล่าวลดต่ำลงได้ ซึ่งสะท้อนว่าโลหะเงินมีราคาแพงเกินไป หรือทองคำมีราคาถูกลง

เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญของ Scotia Mocatta ซึ่งได้เดินทางมาเปิดการบรรยายพิเศษที่กรุงเทพฯ ได้ให้ข้อสังเกตว่า เมื่อพิจารณาข้อมูลอดีตในช่วงปี 2007-2008 พบว่า อัตราส่วน Gold/Silver Ratio นี้อยู่ที่ประมาณ 45-60 จากนั้นในช่วงปลายปี 2008-2009 ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้อัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นถึง 80 กว่าๆ ทำให้ผู้ลงทุนเริ่มเห็นว่าโดยเปรียบเทียบแล้วราคาโลหะเงินถูกเกินไป ทำให้มีความสนใจซื้อโลหะเงินเพิ่มขึ้น จนกระทั่งในช่วงปลายปี 2010 ที่ผ่านมาจนถึงเดือน เม.ย.ของปีนี้ ราคาโลหะเงินได้ขยับขึ้นมาสูงสุดที่ประมาณ 49 เหรียญสหรัฐ ทำให้อัตราส่วน Gold/Silver Ratio ดังกล่าวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 35-45 ก่อนที่ราคาโลหะเงินจะปรับตัวลดลง ดังนั้น หากผู้ลงทุนสังเกตการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและราคาโลหะเงินจากอัตราส่วนนี้ ก็สามารถประยุกต์ใช้หลักการซื้อถูกขายแพงเพื่อสร้างโอกาสทำกำไรผ่าน Gold Futures และ Silver Futures ได้เช่นกัน

สมมติว่าผู้ลงทุนคาดการณ์ว่า Gold/Silver Ratio ระดับปกติอยู่ที่ประมาณ 50 อย่างไรก็ดี หากคำนวณโดยใช้ราคา Gold Futures และ Silver Futures ของ TFEX (โดยต้องทำการแปลงค่าความบริสุทธิ์และหน่วยของน้ำหนัก Gold Futures ให้เป็นทรอยเอานซ์ตามมาตรฐานต่างประเทศ) แล้วทำให้ Gold/Silver Ratio ที่คำนวณได้อยู่ที่ 40.02 ต่ำกว่า 50 ซึ่งมีนัยแสดงว่าโลหะเงินมีราคาสูงไป ขณะที่ทองคำมีราคาถูกไป

กรณีนี้ผู้ลงทุนอาจขายตัวที่คิดว่าแพงและซื้อตัวที่คิดว่าถูก นั่นก็คือ Short สัญญา Silver Futures และ Long สัญญา Gold Futures 10 บาท 1 สัญญา ทั้งนี้ เมื่อเวลาผ่านไป หาก Gold Silver Ratio เพิ่มกลับมาอยู่ที่ระดับ 50 แสดงว่าราคาโลหะเงินและทองคำได้ปรับตัวกลับคืนสู่ภาวะปกติ ซึ่งผู้ลงทุนก็สามารถปิดสถานะรับรู้กำไรได้

อย่างไรก็ตาม Gold/Silver Ratio นี้ เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ผู้ลงทุนอาจนำมาใช้ช่วยพิจารณาความเหมาะสมของราคาเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อขายระยะสั้น ผู้ลงทุนยังควรใช้เครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ ประกอบการพิจารณาด้วย เช่น Moving Average, RSI เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมว่า ราคาทองคำและโลหะเงินในตลาดโลกนั้นสะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐาน ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาวะเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า การติดตามข้อมูลเหล่านี้ควบคู่ไปกับเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจซื้อขาย Gold Futures และ Silver Futures ครับ

 

ข่าวล่าสุด

หุ้นโรงกลั่นดิ่งเหว! "เอกนัฏ" จ่อคุมค่าการกลั่น โบรกชี้ SPRC เสี่ยงสุด