
ประธานคปภ.ลงนามเกณฑ์ลงทุนใหม่มีผลมิ.ย.นี้
ประธาน คปภ. ลงนามเกณฑ์การลงทุนใหม่ ห้ามบริษัทเงินกองทุนต่ำกว่า 300% ลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมีผลบังคับใช้ภายในเดือนมิ.ย. นี้
ประธาน คปภ. ลงนามเกณฑ์การลงทุนใหม่ ห้ามบริษัทเงินกองทุนต่ำกว่า 300% ลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมีผลบังคับใช้ภายในเดือนมิ.ย. นี้
น.ส.วราวรรณ เวชชสัสถ์ รองเลขาธิการด้านกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด คปภ. ได้ลงนามในประกาศ คปภ. เรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันภัย ฉบับที่ 2 (2554) ที่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์การลงทุนที่สำคัญ ดังนี้
1.การกำหนดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงห้ามเกิน 40% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ซึ่งเดิมกำหนดเพียงจำนวนการลงทุนสูงสุดสำหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท ทั้งนี้ ตามเกณฑ์การลงทุนใหม่บริษัทจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้ต้องมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุน ที่ต้องดำรงตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 300%
2.ให้บริษัทประกันภัยสามารถทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์กับธนาคารแห่งประเทศไทยได้โดยไม่จำกัด ซึ่งเดิมอนุญาตให้ทำธุรกรรมได้เฉพาะกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในตลาดทุนมากขึ้น และบริษัทประกันภัยได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติม
3.การทำธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือสัญญาซื้อคืน ปรับปรุงเงื่อนไขการทำธุรกรรมให้เกิดความยืดหยุ่น สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของตลาดและการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุน
4.ให้บริษัทประกันชีวิตสามารถซื้อหุ้นของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อให้สอดคลัองกับเกณฑ์ของ ก.ล.ต.
5.เพิ่มเติมข้อกำหนดให้ขายตราสารหนี้ในโอกาสเเรกที่ทำได้ เมื่อถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิต และป้องกันการสูญเสียจากการถือครองตราสารหนี้ที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ
น.ส.วราวรรณ กล่าวว่า สำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างการทดสอบคู่ขนานการกำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RBC Parallel Test) ครั้งที่ 2 เพื่อสร้างความเข้าใจ ที่ตรงกันในสาระสำคัญของประกาศที่เกี่ยวข้องกับ RBC โดยทุกบริษัทจะต้องนำส่งผลการทดสอบให้กับสำนักงาน คปภ. ภายในวันที่ 1 ก.ค. 2554 ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะนำผลการทดสอบมาปรับปรุงร่างประกาศต่างๆ เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ก่อนที่ RBC จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. 2554







