
การสำรวจด้านความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability) ตอน 1
เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีโอกาสได้อ่านบทความที่ดีบทความหนึ่งใน MIT Sloan Manage ment Review (Winter 2011)
เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีโอกาสได้อ่านบทความที่ดีบทความหนึ่งใน MIT Sloan Manage ment Review (Winter 2011)
โดย...สุรพันธ์ ถาวรวงษ์
ซึ่งได้สรุปผลการสำรวจแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารระดับผู้จัดการของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญทุกทวีปทั่วโลกกว่า 3,100 คน ในด้านความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability) กับมุมมองและแนวคิดในการประกอบธุรกิจ Sustainability นั้น เป็นแนวคิดที่ได้กล่าวถึงทั้งในแง่มุมของสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) แต่อีกมุมหนึ่งของ Sustainability คือเรื่องความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ องค์กรต้องทำอย่างไรถึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน
การที่เราให้ความสำคัญกับความยั่งยืนขององค์กร เพราะคงไม่มีเจ้าของธุรกิจคนไหนที่เปิดบริษัทแล้วคิดว่าหากไม่สำเร็จก็ปิดกิจการไป และผู้บริหารมืออาชีพก็คงไม่ได้คิดแค่บริหารไปเรื่อยๆ พอบริษัทล้มเหลวหรือพอเกษียณอายุก็ออกไป องค์กรจะเป็นอย่างไรก็ได้ไม่เป็นไร แท้จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ ก็น่าจะมีความตั้งใจเหมือนกันว่าทำอย่างไรองค์กรจะยั่งยืนอยู่ต่อไปได้อย่างมั่นคง แต่มีใครเคยสงสัยไหมว่าสิ่งที่ผู้บริหารในองค์กรต่างๆ กำลังทำกันอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่นี้ ให้ความสำคัญกับ Sustainability มากน้อยขนาดไหน เรามาดูกันครับว่าผู้บริหารส่วนใหญ่คิดอย่างไรกัน
ผลการสำรวจพบว่าผู้บริหารในทุกกลุ่มธุรกิจให้ความสนใจและลงทุนเพื่อ Sustainability มากขึ้น ในปี 2553 บริษัทกว่า 59% กล่าวว่า ได้มุ่งเน้นกลยุทธ์เพื่อ Sustainability เพิ่มขึ้น ขณะที่ 3% ได้ลดสัดส่วนความสำคัญลง ส่วนที่เหลืออีก 34% รายงานว่าไม่เปลี่ยนแปลง และในปี 2554 นี้ สัดส่วนของบริษัทที่คาดว่าจะเพิ่มการลงทุนเพื่อ Sustainability เพิ่มสัดส่วนเป็น 68% สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างที่ถูกค้นพบในการสำรวจครั้งนี้ คือ ช่องว่างระหว่างบริษัทที่เน้นการลงทุนเพื่อ Sustainability และบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญกับ Sustainability ได้เพิ่มขึ้น และบริษัทที่สนใจด้าน Sustainability ได้ให้นิยามของ Sustainability ในมุมมองและแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ต่างกันและได้ผลลัพธ์ที่ดีต่างกัน
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในเชิงลึก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจในครั้งนี้ พบว่าผู้จัดการลงทุน (Investment Manager) ได้เพิ่มการตรวจสอบการปฏิบัติต่อ Sustainability ของบริษัทอย่างละเอียดมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันวงการวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้เพิ่ม Sustainability ให้เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่นำมาทำนายผลกำไรในการดำเนินธุรกิจโดยรวมของบริษัทได้ และการสำรวจได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจออกเป็นหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้
การใช้จ่ายเพื่อ Sustainability เพิ่มหรือลด : แม้ผลของวิกฤตทางการเงินและความอ่อนแรงทางเศรษฐกิจในเกือบทุกภูมิภาคของโลกยังคงมีอยู่ ระดับของการลงทุนเพื่อ Sustainability เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าการใช้จ่ายของบริษัทเพื่อ Sustainability จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเพิ่มสูงถึงเกือบส 3 เท่าของการลงทุนในปีก่อน ความตั้งใจเหล่านี้คือสิ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งใน Sustainability หรือสิ่งเหล่านี้คือแนวโน้มที่บอกถึงการขยายตัวทางธุรกิจที่ออกจากจุดตกต่ำ ผลการสำรวจดูประหนึ่งจะยืนยันว่าบริษัทต้องให้ความใส่ใจใน Sustainability ในการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แค่ 1 ใน 3 ของผู้บริหารเท่านั้นที่พูดอย่างมั่นใจว่า Sustainability ช่วยเพิ่มผลกำไรให้บริษัทได้
Sustainability และวาระการประชุม (Agenda) ของผู้บริหารระดับสูง : Sustainability มีสถานะอะไรบนวาระการประชุม (Agenda) ของผู้บริหารระดับสูง คำตอบจากผลการสำรวจพบว่าผู้บริหารที่เชื่อว่า Sustainability ช่วยทำให้บริษัทมีผลประกอบการดีขึ้น ย้ำว่า Sustainability เป็นสิ่งที่สำคัญ ผู้บริหารที่เชี่ยวชาญใน Sustainability จำนวนกว่า 2 เท่าของผู้บริหารมือใหม่ใน Sustainability ระบุว่า Sustainability เปรียบเสมือนกลไกช่วยพิจารณาการดำเนินแผนธุรกิจใน Agenda ของผู้บริหารระดับสูง ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่กล่าวว่า Sustainability จะคงอยู่ แต่ไม่เป็นปัจจัยหลัก และ 1 ใน 4 บอกว่า Sustainability เป็นสิ่งยั่งยืนสำคัญและเป็นปัจจัยหลัก
บริษัทขนาดใหญ่ (จำนวนพนักงานมากกว่า 1 แสนคน) จะให้ความสำคัญกับ Sustainability มากกว่าบริษัทขนาดเล็ก โดยที่ผู้บริหารมือใหม่ใน Sustainability ส่วนใหญ่จะบอกว่า Sustainability เป็นเรื่องชั่วคราว หรือไม่เคยมีใน Agenda เลย ในทางตรงข้าม ผู้บริหารที่เชี่ยวชาญใน Sustainability ที่ธุรกิจได้เริ่มดำเนินการเพื่อ Sustainability แล้วบอกว่า Sustainability เป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อลงมือทำก็จะเรียนรู้มากขึ้น ได้ประโยชน์มากขึ้น และยังมีอีกมากที่สามารถทำได้







