
เร่งศึกษาปรับโครงสร้างพลังงานหลังยอดใช้ก๊าซพุ่ง
กระทรวงพลังงานสั่งสนพ.ศึกษาปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศหลังสัดส่วนใช้ก๊าซฯพุ่งปีหน้าจ่อวันละ 5,000 ล้านลบ.ฟุตหวั่นสำรองหดเหลือ15 ปี
กระทรวงพลังงานสั่งสนพ.ศึกษาปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศหลังสัดส่วนใช้ก๊าซฯพุ่งปีหน้าจ่อวันละ 5,000 ล้านลบ.ฟุตหวั่นสำรองหดเหลือ15 ปี
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานสัมมนา เรื่อง “ภาพอนาคต ด้านพลังงาน วิกฤตที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม” ว่า ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ไปปรับปรุงโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศใหม่ทั้งหมด เนื่องจากสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติปรับสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี เฉลี่ยวันละ 4,500-4,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต)และคาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านลบ.ฟุต/วัน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณสำรองก๊าซฯในอ่าวไทยเหลือแค่ 15 ปี จากปีนี้ 18 ปี
นอกจากนี้กรณีรัฐบาลเยอรมันได้ประกาศยกเลิกการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใน 11 ปี ข้างหน้า สะท้อนให้เห็นกรแสทั่วโลกมีความกังวลต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งในส่วนของไทยแม้จะมีนโยบายชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไป3 ปี จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) แต่ก็ให้สนพ.ศึกษาด้วยว่าหากไม่มีนิวเคลียร์จะสามารถใช้เชื้อเพลิงชนิดใดมาทดแทนได้บ้าง
ปัจจุบันไทยใช้ก๊าซฯผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนถึง 70%เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอื่นๆ และหากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถเกิดได้ก็ต้องหันมาพึ่งพาก๊าซฯและถ่านหินแทน ดังนั้นหากไม่มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ดี เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินระบบท่อก๊าซฯมีปัญหา มีโอกาสที่จะเกิดไฟฟ้าดับในวงกว้างได้ แม้จะมีการสำรองน้ำมันเตาไว้ใช้ แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องของราคาที่แพงขึ้น
"ตอนนี้ต้องมาดูโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศทั้งหมดต้องบริหารจัดการให้ดี โดยเฉพาะหากไม่มีนิวเคลียร์แล้วเชื้อเพลิงทางเลือกที่น่าจะเป็นไปได้ คือก๊าซฯและถ่านหิน แต่กรณีของก๊าซฯก็เริ่มมีข้อจำกัดในเรื่องปริมาณสำรอง ที่ปัจจุบันเหลือใช้ได้ 18 ปี หากยังไม่สามารถหาแหล่งก๊าซฯใหม่เข้ามาทดแทนได้ แม้จะมีแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) แต่ก็มีราคาที่แพงกว่าเนื่องจากต้องอิงกับราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าได้"นายคุรุจิต กล่าว
นายคุรุจิต กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแท๊กซี่เอ็นจีวี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทางด้านกฏหมายหลังบริษัทออโต้แพนขอยกเลิกสัญญาประมูลอุปกรณ์ติดตั้งและถังเอ็นจีวีจำนวน 1.5 หมื่นชุด เพราะถือว่าผิดสัญญา โดยแนวทางในการผลักดันโครงการดังกล่าว กำลังพิจารณา 2 ทางเลือกคือ 1. เปิดประมูลเอกชนรายใหม่จัดซื้ออุปกรณ์เอ็นจีวี จำนวน 1.5 หมื่นคัน และ 2. เปิดประมูลเท่ากับจำนวนแท็กซี่ที่ยื่นเรื่องเข้าร่วมโครงการแล้วจำนน 5,900 คัน
ด้านนายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ปริมาณสำรองและสัญญาการใช้ก๊าซฯคาดว่าในปี 2556 ความสามารถในการจัดหาปิโตรเลียมจะมีปริมาณสูงสุด 8.7 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และจะเริ่มลดลงในปีถัดไป ถ้าไม่พบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการจัดหาพลังงานในประเทศต่อการใช้ลดลง จนเหลือเพียง 18% ในปี 2556 ถ้าไม่มีแผนรองรับที่ดีรัฐจะต้องพบกับความยากลำบากในการจัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการใช้
ทั้งนี้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่างถ่านหิน ไทยไม่ควรมองข้ามเนื่องจากแหล่งถ่านหินขนาดใหญ่ใกล้กับไทย เช่น อินโดนีเซียงมีสำรองสูงถึง 2.6หมื่นล้านตัน ในขณะที่ออสเตรเลียมีปริมาณสำรอง 7.6 หมื่นล้านตัน ซึ่งตามแผนพีดีพีกำหนดให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่เข้าระบบ 18 แห่ง
นายนที ทับมณี รองผู้อำนวยการสนพ.กล่าวว่า ขณะนี้สนพ.อยู่ระหว่างการจัดทำการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยจะคำนึงถึงแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน รวมถึงกรณีไม่มีนิวเคลียร์จะส่งผลต่อการจัดหาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟอนาคตเป็นอย่างไรเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจปรับปรุงแผนพีดีพีอีกครั้ง







