
ยกอาคารพนังอิฐก่อ
...ธเนศ วีระศิริ
การเลือกซื้อบ้านมือสองยังไม่จบนะครับ แต่ขอคั่นด้วยเรื่องยกอาคารผนังอิฐก่อก่อน เพราะช่วงนี้กำลังจะยกอุโบสถเก่าแก่อายุเกิน 100 ปี ที่วัดกลางเกร็ด ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ครับ
อุโบสถหลังนี้สร้างด้วยอิฐก่อล้วนๆ สร้างในสมัยที่ยังไม่มีคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูนก่อและปูนฉาบเสื่อมสภาพตามกาลเวลา สำหรับอาคารโบราณ การบูรณะที่ผ่านมาจะมุ่งเน้นกับส่วนของอาคารที่อยู่เหนือดินเท่านั้น ในส่วนที่อยู่ใต้ดินเช่นแนวผนังหรือฐานรากจะมีการบูรณะซ่อมแซมน้อยกว่ามาก เพราะเกรงว่าอาจทำให้พังทลายลงมาได้ เว้นแต่จะพบว่าฐานรากของอาคารหรือโบราณสถานนั้นมีปัญหา เช่น เกิดการทรุดตัว หรือยุบตัว
การบูรณะแก้ไขโดยเสริมความแข็งแรง ให้หยุดการทรุดตัวเป็นจุดๆ ไป ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของอาคารโบราณสถานก็คือ เมื่อมีการปรับถมพื้นที่โดยรอบอาคารเรื่อยมา จะทำให้ในปัจจุบันที่ตั้งของอาคารเป็นที่ลุ่มต่ำ บางแห่งมีการปรับถมพื้นที่จนระดับถนนรอบนอกสูงเท่ากับครึ่งหนึ่งของความสูงประตู กลายเป็นแอ่งรองรับน้ำ มีน้ำท่วมขังอยู่เสมอ การแก้ไขเท่าที่ผ่านมาทำได้เพียงคอยสูบน้ำออกเมื่อมีน้ำไหลเข้าอาคาร หรือทำพนังกั้นน้ำให้สูงเพียงพอ เหล่านี้ล้วนเป็นภาระที่ต้องดูแลยาวนานและค่าใช้จ่ายในการนี้รวมแล้วไม่น้อยเลย
แนวทางการแก้ไขวิธีหนึ่งที่น่าจะเป็นการแก้ไขแบบถาวร คือการแก้ไขด้วยการยกอาคารเก่าเหล่านั้นให้สูงกว่าระดับเดิม ให้สูงกว่าถนนโดยรอบ วิธีนี้นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังแบบถาวรแล้ว ยังทำให้อาคารดูเด่นเป็นสง่าด้วย แต่ปัญหาคือฐานรากของอาคารโบราณก่อสร้างด้วยอิฐก่อล้วนๆ อิฐก่อก็เสื่อมสภาพมากแล้ว สมัยก่อนยังไม่มีเหล็กรูปพรรณดังเช่นปัจจุบัน วัสดุส่วนใหญ่จะเป็นอิฐและไม้ อิฐจะถูกนำมาใช้ก่อเป็นผนังเนื่องจากอิฐก่อไม่สามารถรับแรงดัดหรือแรงดึงได้
ดังนั้น จะวางเรียงอิฐต่อเนื่องกันก้อนต่อก้อน วางเรียงด้านกว้างและด้านยาวจนได้ความสูงตามต้องการ ในส่วนของพื้นจะใช้ไม้ทำเป็นคานวางพาดบนผนังอิฐก่อแล้วปูพื้นด้วยไม้บนคานไม้อีกต่อหนึ่ง ลักษณะเช่นนี้การถ่ายน้ำหนักในอาคารจะถ่ายลงผนังอิฐก่อทั้งหมด ทุกส่วนของผนังจะทำหน้าที่รับน้ำหนักและส่งผ่านกระจายน้ำหนักลงสู่ด้านล่างของอาคาร ซึ่งท้ายสุดก็ส่งถ่ายน้ำหนักทั้งหมดลงสู่ฐานรากและดินที่รองรับ การที่ผนังทำหน้าที่หลักในการรับน้ำหนักเช่นนี้จึงเรียกว่า อาคารชนิดผนังรับแรง หรือ Loadbearing wall building
สำหรับอุโบสถวัดกลางเกร็ดหลังนี้ เนื่องจากเป็นอุโบสถเก่าแก่ อิฐก่ออยู่ในสภาพยุ่ย ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ต้องยกอาคารขึ้นพร้อมๆ กันทั้งหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงดันในผนังที่แตกต่างกัน สำหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วๆ ไปต้องทำเสาเข็มและฐานรากใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักของอาคารก่อน แล้วตัดฐานรากเดิมให้ขาดจากตัวอาคารจึงจะยกอาคารขึ้นได้ ซึ่งอาคารที่ทำด้วยอิฐก่อล้วนๆ เช่นนี้ก็ใช้หลักการเดียวกัน คือทำเสาเข็มเสริมและทำฐานรองรับใหม่ ต่างกันที่ว่าเสาเข็มใหม่ที่เสริมต้องวางเรียงกันตลอดแนวความยาวของผนังไม่เป็นจุดๆ เหมือนเช่นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
ทั้งนี้เพราะน้ำหนักของอาคารถ่ายผ่านลงผนังทุกตำแหน่ง หากวางระยะห่างเสาเข็มมากเกินไปจะทำให้ผนังแตกร้าวได้ และตำแหน่งเสาเข็มเสริมก็ควรให้อยู่ใต้แนวผนังเพื่อรองรับน้ำหนักที่ส่งผ่านจากผนังโดยตรง เมื่อทำเสาเข็มเสริมแล้วจัดทำแท่นรองรับน้ำหนัก (Loading Platform) แล้วจึงตัดฐานรากเดิมให้ขาดจากผนังอาคาร เมื่อถึงขั้นนี้ก็สามารถยกอาคารได้เช่นเดียวกับการยกอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วๆ ไป
จะเริ่มทำการยกอุโบสถในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. 2553 เวลาประมาณ 09.00 น. เป็นต้นไป อยากเชิญชวนให้ไปร่วมทำบุญกันครับ วัดกลางเกร็ด ตั้งอยู่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี (ไปทางห้าแยกปากเกร็ด เข้าซอยข้างเมเจอร์ฮอลลีวูด เลยสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ดไปไม่ไกลครับ)







