
เซ็นทรัลทุ่มหมื่นล้านซื้อห้างหรูอิตาลี
เซ็นทรัลฯ ควัก1หมื่นล้านบาทซื้อห้างหรูอิตาลี "รีนาเชนเต" กำรออีก5พันล้านบาท ขยาย5สาขาเพิ่มใน5ปีคลุมยุโรป หวังกรุยทางลัดสู่ธุรกิจค้าปลีกระดับโลก
เซ็นทรัลฯ ควัก1หมื่นล้านบาทซื้อห้างหรูอิตาลี "รีนาเชนเต" กำรออีก5พันล้านบาท ขยาย5สาขาเพิ่มใน5ปีคลุมยุโรป หวังกรุยทางลัดสู่ธุรกิจค้าปลีกระดับโลก
นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเซ็นทรัลรีเทลคอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มเซ็นทรัล(ซีจี) เปิดเผยว่าบริษัทใช้งบลงทุนจากกระแสเงินสดราว1หมื่นล้านบาท(260 ล้านยูโร) เข้าซื้อกิจการทั้งหมดจากกลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัทลารีนาเชนเต ประเทศอิตาลี ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าลา รีนาเชนเต(laRinascenta) จำนวน11 สาขา ประเทศอิตาลี โดยเซ็นสัญญาไปเมื่อวันที่29 พ.ค.ที่ผ่านมา จากเจ้าของเดิมกิจการดังกล่าวเป็นกลุ่มกองทุนด้านการเงิน(ไฟแนนซ์ อินเวสเตอร์) ที่ต้องการขายออกไปเพื่อสร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้น หลังบริการกิจการมานาน7 ปีและมีการเปลี่ยนนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยห้างฯดังกล่าวมีอายุถึง150ปี
สำหรับโครงสร้างการบริหารกิจการใหม่ จะยังคงใช้ทีมบริการชุดเดิมของบริษัทลารีนาเชนเต พร้อมส่งทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ของกลุ่มจิราธิวัฒน์เข้าไปร่วมด้วย เพื่อศึกษาและวางแผนการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมภายใต้ยุทธศาสตร์ค้าปลีก จากบริษัทแม่ โดยเตรียงบลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาห้างฯ “รีนาเชนเต” อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 5 สาขาใน 3-5ปีข้างหน้านับจากนี้ ซึ่งมีความเป็นได้ทั้งรูปแบบการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เอง หรือ การเช่าอาคารเพื่อขยายสาขา
ทั้งนี้ห้างฯดังกล่าว วางตำแหน่งเป็นห้างสรรพสินค้าระดับหรูอันดับหนึ่งของประเทศอิตาลี มีสาขาต้นแบบ(แฟล็กชิป สโตร์) ตั้งอยู่ข้างวิหารดูโอโม ในเมืองมิลาน และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งบริษัทวางแผนพัฒนาห้างฯดังกล่าวในอนาคต เป็นแบรนด์ระดับโลก หรือ “เวิลด์คลาส ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” จากการขยายสาขาเพิ่มในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น โรม, เวนีส, ฟอเรนซ์ และเมืองสำคัญอื่นๆ รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆในยุโรป และเมืองสำคัญหลักๆของโลก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท ที่จะขยายงานธุรกิจค้าปลีกในระดับโลก
นายทศ กล่าวว่าแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจจากการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ(เอ็มแอนด์เอ) ที่วางไว้ ซึ่งแต่ละปีบริษัทจะวางงบลงทุนในด้านนี้ไม่ต่ำกว่า3 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเข้าซื้อกิจการใหม่ในครั้งนี้ จะยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้(โนว์-ฮาว) ทางธุรกิจระหว่างกัน รวมถึงการนำคู่ค้าทางธุรกิจ(ซัพพลายเออร์)ของบริษัทที่มีกว่า 5,000 รายในปัจจุบัน ได้มีโอกาสขยายตลาดไปยังต่างประเทศด้วย โดยในเบื้องต้นคาดมี100รายที่จะไปกับการขยายธุรกิจบริษัท จากปัจจุบันทำให้บริษัท มีพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 หมื่นตร.ม. ในประเทศอิตาลี และมีสัดส่วนรายได้ในกลุ่มเพิ่มเป็น 15% จากยอดขาย1.5หมื่นล้านต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทยังเห็นโอกาสจากเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน(เออีซี) ในปี2558 จากปัจจุบันได้ลงทุนธุรกิจค้าปลีกในจีน ไปพร้อมกับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา(ซีพีเอ็น) โดยในเดือนก.ย.ปีนี้ เตรียมแผนเปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และเซนในเมืองเสิ่นหยาง รวมทั้งยังอยู่ระหว่างพิจารณาการลงทุนในประเทศเวียดนามด้วย จากปัจจจุบัน บริษัทมีธุรกิจค้าปลีกห้างสรรพสินค้าทั้งสิ้น 4 แบรนด์หลัก คือ เซ็นทรัล, โรบินสัน, เซน และล่าสุด รีนาเชนเต โดยผลประกอบการบริษัทในปีนี้ คาดมีรายได้รวมประมาณ 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก1แสนล้านบาท และอีก1แสนล้านบาทมาจากบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจดิสเคานท์สโตร์ บิ๊กซี และบิ๊กซี เอ็กซตร้า







