
ถกเอ็นจีวีวันนี้ยอดใช้พุ่งแรงเม.ย.ทะลุ30%
พลังงาน ระดมทีมถกแก้ปัญหาเติมเอ็นจีวีล่าช้า วันนี้ ยอมรับ ยอดใช้พุ่งพรวดกว่า 30% สอดคล้องยอดนำเข้าแอลพีจีพุ่งตามด้วย
พลังงาน ระดมทีมถกแก้ปัญหาเติมเอ็นจีวีล่าช้า วันนี้ ยอมรับ ยอดใช้พุ่งพรวดกว่า 30% สอดคล้องยอดนำเข้าแอลพีจีพุ่งตามด้วย
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 พ.ค. กระทรวงพลังงานจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาความล่าช้าการเข้าเติมก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งต้องยอมรับปัจจุบันปริมาณการใช้เอ็นจีวีสูงขึ้นมาก
ด้าน นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีปั๊มเอ็นจีวีอยู่ 440 แห่ง มีรถยนต์ที่ใช้เอ็นจีวี 2.51 แสนคัน โดยยอดใช้เอ็นจีวีเดือน เม.ย.อยู่ที่วันละ 5,992 ตัน เพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถ้าเทียบกับเดือน มี.ค.ปีเดียวกัน ลดลง 7.1% เนื่องจากเดือน เม.ย.มีวันหยุดยาว ทำให้รถบรรทุกที่ใช้เอ็นจีวีหยุดวิ่ง เมื่อผ่านช่วงเดือน เม.ย.ไปแล้วยอดใช้เอ็นจีวีก็ปรับเพิ่มขึ้น ล่าสุดช่วง 20 วันแรกมียอดใช้อยู่ที่วันละ 6,300 ตัน
ขณะที่การนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตั้งแต่วันที่ 125 พ.ค. มีปริมาณ 1.15 แสนตัน คิดเป็นการชดเชย 2,500 ล้านบาท หรือ 21.7 บาทต่อกก. ซึ่งต้องยอมรับว่าราคาแอลพีจีเดือนนี้สูงมาก ราคาอ้างอิง 965 เหรียญสหรัฐต่อตัน เนื่องจากญี่ปุ่นต้องการแอลพีจีเพิ่มจากผลกระทบแผ่นดินไหวและสึนามิ ทำให้แอลพีจีมีการแข่งขันการซื้อขายมาก ทั้งๆ ที่ตามปกติช่วงกลางปี ราคาแอลพีจีตลาดโลกจะอยู่ในช่วงขาลงมากกว่า
ด้านปริมาณการใช้แอลพีจีเดือน เม.ย. อยู่ที่ 5.39 แสนตันต่อเดือน หรือ 1.8 หมื่นตันต่อวัน เพิ่มจากเดือน มี.ค. 0.2% แบ่งเป็น การใช้ในภาคขนส่ง 7 หมื่นตันต่อเดือน หรือ 2,300 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% และการใช้ในภาคปิโตรเคมี 1.95 แสนตันต่อเดือน หรือ 6,500 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% เช่นเดียวกัน ในขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือน อยู่ที่ 2.14 แสนตันต่อเดือน หรือ 7,100 ตันต่อวัน ลดลงเล็กน้อย จากเดือน มี.ค. และการใช้ในภาคอุตสาหกรรม 6 หมื่นตันต่อเดือน หรือ 2,000 ตันต่อวัน ลดลง 13%
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เร่งดำเนินการโครงการปรับเปลี่ยนเอ็นจีวีในรถแท็กซี่ให้เร็วที่สุด หลังบริษัทผู้ชนะประมูลอุปกรณ์และถังเอ็นจีวียกเลิกสัญญา ทำให้แท็กซี่ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 5,988 คัน ยังไม่ได้รับติดตั้ง
ขณะนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ แต่จะต้องไม่ผิดข้อกฎหมายตามระเบียบของราชการ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่ที่ต้องการให้ภาครัฐจ่ายเป็นเงินสดโดยตรงกับอู่ที่รับติดตั้งเอ็นจีวี อาจจะเกิดความเสี่ยงและไม่ถูกหลักการ ขณะเดียวกันขอให้ไปแก้ปัญหาความล่าช้าในการเติมเอ็นจีวีภายในปั๊มตลอดจนการขาดแคลนในบางพื้นที่ด้วย







