posttoday
Crisis Watch

Crisis Watch

26 พฤษภาคม 2554

พลังงานและโลกร้อน2011-2015 ก้าวต่อไปของจีน (ตอนจบ)

พลังงานและโลกร้อน2011-2015 ก้าวต่อไปของจีน (ตอนจบ)

โดย..สืบศักดิ์ สืบสายอ่อน

 คราวที่แล้วเราได้ทราบถึงเป้าหมายภายใต้แผนพัฒนาประเทศ ครั้งที่ 12 (Five–Years Plan) ของรัฐบาลจีนในด้านพลังงานและคาร์บอนซึ่งได้กำหนดเป้าหมายหลัก 3 เป้าหมาย คือ (1) การลดการบริโภคพลังงาน (Energy Intensity) ลงร้อยละ 16 (2) การเพิ่มการใช้แหล่งเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ฟอสซิลร้อยละ 11.4 จากเชื้อเพลิงที่บริโภคทั้งหมด และ (3) การลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Intensity) ลงร้อยละ 17 ซึ่งเป็นไปได้ไม่ยากที่รัฐบาลจีนจะทำให้บรรลุเป้าหมาย เหตุผลก็คือ

ประการแรก รัฐบาลจีนมีความสามารถในการควบคุม สั่งการได้อย่างเด็ดขาดที่จะให้ผู้ประกอบการดำเนินการใดๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมาย เช่น มีการประกาศปิดโรงงานถ่านหินที่มีกระบวนการผลิตไร้ประสิทธิภาพลงภายในปี 2554 เป็นต้น

ประการที่สอง แหล่งพลังงานเดิม (ถ่านหิน) ที่รัฐบาลจีนใช้พัฒนาประเทศมาอย่างยาวนานนั้นไม่มีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงกลับสร้างประสิทธิภาพในการผลิตให้กับผู้ผลิตในประเทศจีนได้มากยิ่งขึ้น

ประการสุดท้าย แผนพัฒนาประเทศในครั้งนี้ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นต่อสายตาชาวโลกในการแสดงความรับผิดชอบกับปัญหาโลกร้อน

เป้าหมายที่มีต่อพลังงานและคาร์บอนนั้น มีผลสำคัญที่เชื่อมโยงต่อการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ พลังงานเป็นเหมือนอาหารที่ภาคอุตสาหกรรมบริโภคเพื่อผลิตสินค้าและบริการ โดยปล่อยลมหายใจคือก๊าซเรือนกระจกออกมาปนเปื้อนในบรรยากาศ การกำหนดทิศทางด้านพลังงานและคาร์บอน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องแผนพัฒนาประเทศดังกล่าว

อย่าลืมว่าตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจีนพัฒนาประเทศโดยอาศัยพลังงาน “ถ่านหิน” การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นก้าวที่สำคัญของรัฐบาลจีนในการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมจีน ที่เคยถูกมองว่าเป็นตัวการร้ายในการสร้างมลภาวะให้กับโลก โดยรัฐบาลจีนสร้างโฉมหน้าใหม่ที่น่าสนใจ ดังนี้

1) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ขึ้นในประเทศอย่างรวดเร็ว

2) ส่งเสริมและพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech nology) เพื่อตอบสนองต่อภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

3) ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้ทักษะชั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมการบิน เป็นต้น

4) ส่งเสริมพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่ฯ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานชีวภาพ พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น เพื่อทดแทนแหล่งพลังงานถ่านหินซึ่งก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก

5) ส่งเสริมและพัฒนายานยนต์ที่มีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (Electronic Cars) รถ PHEVs (ซึ่งเป็นรถลูกผสมระหว่าง Hybrid กับ Electric Vehicle คืออาศัยแหล่งพลังงาน 2 ชนิด คือ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเหมือน Hybrid แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟภายนอก) เป็นต้น

แผนพัฒนาประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีนเป็นก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงของจีนในยุคโลกร้อน แผนดังกล่าวส่งผลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตสินค้าและบริการของจีนให้มีประสิทธิภาพ และมีทิศทางของการพัฒนาที่มีความยั่งยืนมากขึ้นกว่ายุคก่อน การพัฒนาของจีนในขณะนี้สะท้อนให้เห็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนไทย

สำหรับโอกาสที่มองเห็นได้ชัด นั่นคือ การเข้าไปเปิดตลาดใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะเห็นว่า ทิศทางการพัฒนาดังกล่าวจะส่งผลอย่างยิ่งต่อการสร้างกระแสความต้องการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของคนจีน (ซึ่งมีจำนวนมหาศาล) อุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์ และสินค้าอุปโภคจากไทยที่ผลิต โดยมีกระบวนการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และอาจกลายเป็นสินค้าที่นิยมในอนาคต

สำหรับอุปสรรคคงหลีกไม่พ้นมาตรฐานและกฎระเบียบทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมที่จะทยอยตามมาในอนาคต ทั้งในแง่ของการสร้างมาตรฐานสำหรับผู้บริโภคด้านสุขภาพอนามัย และการกีดกันทางการค้า รวมทั้งปัญหาการแข่งขันจากประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ดังเช่นญี่ปุ่นซึ่งมีการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมายาวนานทั้งด้านความพร้อมในการผลิต ทรัพยากร และมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ

ตลาดจีนอาจเป็นช่องทางใหม่สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสนอกเหนือจากตลาดยุโรป โอกาสในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ

วันนี้คุณเตรียมพร้อมแล้วรึยังครับ!  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค